เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รองผบช.สอท. ร่วมกันสั่งการให้ พล.ต.ต.สถิตย์ พรมอุทัย ผบก.สอท.3 พ.ต.ท.ภาคภูมิ บุญเจริญพานิช รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.3, พ.ต.ต.ธวัช ทุเครือ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ, พ.ต.ท.เลอศักดิ์ พิเชษฐไพบูลย์ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ พ.ต.ต.รุ่งเรือง มีสติ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ, ร.ต.อ.อาณัติ เข็มทอง รอง สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ ส.ต.อ.ยศพนธ์ จ่ายะสิทธิ์ ผบ.หมู่ กก.วิเคราะห์ข่าวฯ จับกุม น.ส.กัลยรัตน์ (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี ชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ ความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงเป็นบุคคลอื่น นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนและเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน” ได้ที่บริเวณด้านข้าง สภ.พิชัย ต.ในเมือง อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์
พล.ต.ต.สถิตย์กล่าวว่า กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) โดย พล.ต.ท.วรวัฒน์ สั่งการให้สืบสวนปราบปรามมิจฉาชีพโดยเฉพาะการฉ้อโกงหลอกขายสินค้าทางสื่อสังคมออนไลน์ สร้างความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนให้ถึงต้นตอของขบวนการ แก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอย่างจริงจัง ก่อนจับ น.ส.กัลยรัตน์ สืบเนื่องจากผู้เสียหายประกอบกิจการเปิดร้านขายของชำ ได้รับโทรศัพท์อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่สรรพากร สอบถามผู้เสียหายได้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งหรือไม่ จึงแจ้งไปว่าเข้าร่วมโครงการแต่ปัจจุบันร้านปิดกิจการไปแล้ว คนร้ายจึงเสนอยกเลิกโครงการให้โดยไม่ต้องเสียภาษี จากนั้นออกอุบายให้ผู้เสียหายเพิ่มเพื่อนทางแอพพลิเคชั่นไลน์และส่งลิงก์ให้กดติดตั้งแอพพลิเคชั่นเพื่อดำเนินการ ลักษณะคล้ายกับแอพพลิเคชั่นกรมสรรพากรมีช่องให้กรอกข้อมูลตามรายละเอียดตามกำหนดไว้ โดยคนร้ายกำชับกับผู้เสียหายว่าห้ามให้หน้าจอโทรศัพท์ดับ เมื่อเสร็จขั้นตอนคนร้ายจึงวางสายไป จากนั้นมีข้อความส่งจากแอพพลิเคชั่นธนาคารของผู้เสียหายแจ้งว่ามีเงินถูกโอนออกไปจำนวน 2,300,000 บาท ได้รับความเสียหายจึงมาร้องทุกข์ดำเนินคดีกับคนร้ายตามกฎหมาย พนักงานสอบสวนจึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาต่อศาล

