วันที่ 24 ธันวาคม จากกรณีชาวบ้ าน อ.เชียงของ จ.เชียงราย กังวลเรื่องเรือสำรวจแม่น้ำ โขงคาดว่าเป็นสัญชาติจีน 3 ลำ เข้าไปจอดลอยลำชายแดนไทย-สปป. ลาว ฝั่งเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ตรงกันข้าม อ.เชียงของ ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาจึงสงสัยว่ าจะมาสำรวจเพื่อระเบิดเกาะแก่ งในแม่น้ำโขงซึ่งชาวบ้านที่ร่ วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไม่เห็นด้ วยนั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมาได้ทำให้นายหลิว ลีหัว รองประธานบริษัท ซีซีซีซี เซ็คกันด์ ฮาเบอร์ คอนเซาแทนต์ จำกัด ซึ่งเป็นเอกชนจากประเทศจีนที่ได้รับสัมปทานให้ดำเนิ นโครงการปรับปรุงร่องแม่น้ำ โขงเพื่อเดินเรือพาณิชย์ในแม่น้ำ โขงพร้อมคณะ ได้เดินทางไปพบชาวบ้านในกลุ่มรั กษ์เชียงของ ณ โฮงเฮียนแม่น้ำของ อ.เชียงของ เพื่อชี้แจงข้อมูลและหารือโดยมี นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของเข้ารั บฟังซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยดี โดยทั้ง 2 ฝ่ายมีการนำเสนอข้อมูลต่อกันก่ อนจะแยกย้ายกันกลับ
นายหลิว ลี หัว และคณะให้ข้อมูลการดำเนินการเบื้ องต้นว่า ทางคณะได้ ทราบข่าวผ่านสื่อถึงความกังวลของชาวบ้านเกี่ยวกั บเรือสำรวจแม่น้ำโขงดังกล่าว จึงได้ตัดสินใจเดิ นทางจากประเทศจีนเพื่อมาให้ข้ อมูลพร้อมรับฟังข้ อเสนอแนะเป็นการเฉพาะ โดยโครงการนี้เป็ นของ 4 ประเทศลุ่มแม่น้ำโขงตอนบนคือ จีน สปป.ลาว ไทย และเมียนมา ขณะที่บริษัทมีหน้าที่เป็นเพี ยงผู้ดำเนินการตามแผนหลักที่ทุ กประเทศดังกล่าวได้วางแผนเอาไว้ ให้ โดยการดำเนินการได้เริ่มตั้งแต่ เดือน เม.ย.ที่ผ่านมาโดยมีผู้แทนจาก 4 ประเทศเข้าประชุมที่เมืองเชี ยงรุ้งหรือจิ่งหง เขตปกครองตนเองสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน ประเทศจีน และในเดือน ส.ค.จึงได้มีการสำรวจแม่น้ำ โดยยกเว้นพื้นที่ที่เป็ นชายแดนไทย-สปป.ลาว เพราะรัฐบาลไทยยังไม่อนุญาตให้ สำรวจ ขณะที่รัฐบาลเมียนมาและ สปป.ลาวอนุมัติให้สำรวจได้ ดังนั้นที่ผ่านมาบริษัทจึงได้ แบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วน คือ ร่องแม่น้ำโขงทางตอนบน อ.เชียงแสน อ.เชียงของ และ อ.เวียงแก่น ของไทย ร่องแม่น้ำโขงช่วงที่ติดกับ อ.เชียงแสน อ.เชียงของ และ อ.เวียงแก่น ของประเทศไทย และร่องแม่น้ำโขงที่อยู่ถัด อ.เวียงแก่น ของไทยเข้าไปใน สปป.ลาว จนถึงแขวงหลวงพระบาง ปัจจุบันจึงเหลือส่วนที่ 2 ที่ติดกับประเทศไทยทั้ง 3 อำเภอยังไม่ได้สำรวจ
“จนในเดือน พ.ย.ที่ผ่านมาได้เช่าเรือท้องถิ่ น 3 ลำร่องไปสำรวจแม่น้ำโขงใน สปป.ลาว ซึ่งการสำรวจเป็นไปด้วยดี โดยได้ รับการสนับสนุนจากทั้ง 3 ประเทศยกเว้นไทย แต่หากคณะรัฐมนตรีของไทยได้มี มติเห็นชอบกับโครงการสำรวจนี้ แล้วเราก็จะได้เริ่มดำเนินการตั้ งแต่เริ่มเก็บข้อมูล ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ของไทย มีกิจกรรมที่ทำให้เกิดการมีส่ วนร่วมจากสาธารณะได้ต่อไป” นายหลิวกล่าว และว่า เส้นทางเดินเรือตั้งแต่เมืองซือเหมา มณฑลยูนนาน-แขวงหลวงพระบาง สปป.ลาว มีความยาวทั้งสิ้น 890 กิโลเมตร (กม.) และตามแผนระยะที่ 1 จะมีการปรับปรุงร่องน้ำเพื่อให้ สามารถเดินเรือพาณิชย์ให้ได้น้ำ หนักขนาด 150 ตัน แต่ปัจจุบันการขนส่งจากจี นตอนใต้ถึง อ.เชียงแสน ของไทย แต่เมื่อถัดจาก อ.เชียงแสน-หลวงพระบาง ทำได้ไม่เกิน 60 ตัน เพราะยังไม่มีการปรับปรุงร่องน้ำ มีเกาะแก่งหินซึ่งไม่สอดคล้องกั บการพัฒนาระหว่างประเทศ จึงได้มี การสำรวจเพื่อดำเนินการดังกล่ าว
สำหรับโครงการระยะแรกที่ดำเนิ นการไปแล้วมีขึ้นระหว่างปี 2545-2547 สามารถพัฒนาร่องน้ำไปแล้วจำนวน 11 เกาะแก่ง ยกเว้นแก่งคอนผีหลงติด อ.เชียงของ จ.เชียงราย ส่วนการดำเนินการระยะที่ 2 นี้มีเส้นทางสำรวจเป็นระยะทาง 631 กม. โดยอยู่ในเขตพรมแดนประเทศเมี ยนมา-สปป.ลาว จำนวน 31 กม. พรมแดน สปป.ลาว-เมียนมา จำนวน 234 กม. พรมแดนไทย-สปป.ลาว จำนวน 96 กม. ซึ่งพรมแดนท้ายสุดนี้ยั งไม่ได้รับการอนุมัติ สำหรับพรมแดนที่อยู่ใน สปป.ลาวไปจนถึงหลวงพระบางมีจำนวน 270 กม. ได้สำรวจแล้วทั้งด้านวิ ศวกรรม สำรวจปลา ธรณีวิทยา สิ่งแวดล้อมและสังคม ระบบนิเวศอื่นๆ จากนั้นจะจัดทำรายงานเพื่ อเสนอดำเนินการขั้นต่อไปตามลำดั บ

ด้านนายนิวัฒน์ได้กล่าวขอบคุณคณะจากประเทศจี นนำโดยนายหลิว และแจ้งว่าพวกตนเข้ าใจในโครงการของบริษั ทและผลประโยชน์ในการพั ฒนาเศรษฐกิจอันเกิดจากโครงการนี้ แต่ก็อยากให้ทราบถึ งผลประโยชน์ของประชาชนชาวท้องถิ่ นด้วยเพราะเท่าที่ฟังมามีแต่เรื่ องผลประโยชน์ทางการค้าการลงทุ นใหญ่ๆ โดยเฉพาะกับประเทศจีน และอยากให้ทราบว่าชาวบ้านกั งวลเรื่องการเอาหินหรือเกาะแก่ งในแม่น้ำโขงออกไปจะกระทบหนักทั้ งริมฝั่ง พันธุ์พืช ปลา กระแสน้ำไหลเชี่ยวเพราะไม่มีสิ่ งกำบัง
นายนิวัฒน์กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมามีการแจ้ งข้อมูลกับชาวบ้านเป็นตอนๆ ไม่ได้แจ้งทั้งหมด เพราะเราทราบมาว่าโครงการระยะสุ ดท้ายจะทำให้เรือขนาด 500 ตันแล่นได้ตลอดทั้งปีซึ่งก็ จะกระทบหนัก เพราะที่ผ่านมาเราได้ศึกษาพื้ นที่เป้าหมายของบริษัทแล้วได้ เห็นถึงคุณค่าของระบบนิเวศ เกาะแก่ง หินผา ดอน ฯลฯ โดยมีการทำวิจัยเอาไว้แล้ วและเห็นว่าหากจะอยู่ร่วมกันก็ ต้องไม่ทำลายสิ่งที่ควรอนุรักษ์ เอาไว้ด้วย ส่วนจุดที่จะพัฒนาก็พั ฒนาไป โดยพบว่าปัจจุบันการขนส่ งทางเรือแม่น้ำโขงจากจีนตอนใต้- เชียงแสน สามารถทำได้โดยไม่มีปัญหา และยังมีถนนอาร์สามเอไทย-สปป. ลาว-ไทย เชื่อมสะพานข้ามแม่น้ำโขงไทย- สปป.ลาว แห่งที่ 4 ที่ อ.เชียงของ แต่หากปรับปรุงร่องแม่น้ำ โขงจากเชียงของ-หลวงพระบาง ก็จะกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ และการท่องเที่ยวได้
“เราเข้าใจว่าเกาะแก่งหนึ่งแก่ งไม่น่ามีปัญหาอะไรนะ แต่จากข้างบนถึงหลวงพระบางกี่ แก่ง การทำลายระบบนิเวศคือฆ่าแม่น้ำ โขง ฆ่าสิ่งมีชีวิตที่อยู่กับแม่น้ำ โขง ฆ่าคนที่พึ่งพาด้วย เราคิดว่าเราอยู่ร่วมกันได้ หากรัฐบาลจีนปรับเปลี่ยนว่า น้ำขนาดนี้จะใช้เรืออย่างไร หากคิดใหญ่อย่างเดียว คนเล็กตายหมด การค้าขายมีเต็มที่เราไม่ว่า แต่ แม่น้ำโขงควรเหลือไว้ให้คนท้ องถิ่นเอาไว้ทำมาหากินด้วย” นายนิวัฒน์กล่าว และว่า สำหรับข้อมูลอื่นๆ ทางกลุ่มจะได้ทำหนังสือถึงบริษั ทเพื่ออธิบายให้เข้าใจอย่ างละเอียดต่อไป

