แพทย์ชวนสังเกต 5 อาการเสี่ยงโรคไต เตือนสูงวัย ระวังการกินยา วัย 35 เริ่มตรวจได้แล้ว

29.06.23 | 15:43 น.

แพทย์ รพ.จุฬาภรณ์ ชวนสังเกต 5 อาการเสี่ยงโรคไต รู้ รักษา ก่อนจะสาย

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 29 มิถุนายน ในงานฉลองครบปีที่ 15 Thailand Healthcare 2023 “เกษียณสโมสร” มหกรรมสุขภาพอันดับ 1 ของประเทศ ณ สามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพมหานคร ในตอนหนึ่ง นพ.ศุภณัฐ วรวิชชวงษ์ แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรกรรมโรคไต รพ.จุฬาภรณ์ ได้ขึ้นบรรยายหัวข้อ “โรคไต โรคร้ายใกล้ตัว”

นพ.ศุภณัฐกล่าวว่า ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงต่อภาวะไตเสื่อมมากกว่าวัยกลางคน เนื่องจากเมื่อเราอายุมากขึ้น อวัยวะหลายๆ อย่างจะเริ่มมีความเสื่อม ‘ไต’ ก็เช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อเรามีภาวะไตเสื่อมระยะที่ 3-5 พวกนี้จะมีความเซ็นซิทีฟต่อปัจจัยหลายๆ อย่างเข้ามา เช่น การรับประทานยาบางอย่าง

ปัจจุบันมียาหลายๆ ตัวที่หาซื้อได้ง่ายในท้องตลาด ซึ่งยาในกลุ่มนี้คือยาเอ็นเสด (NSAIDs) เช่น ยาไดโคลฟีแนค, ยาเซเลโคซิบ, อาร์โคเซีย เป็นต้น

“ในวัยเราการรับประทานยาในกลุ่มนี้อาจจะไม่ได้มีปัญหา แต่พอวัยสูงอายุ การทำงานของไตเริ่มมีปัญหา การรับประทานยาในกลุ่มนี้อาจจะทำให้การทำงานของไตลดลง ดังนั้น จึงควรระมัดระวังในการใช้ยาเมื่อเราอายุมากขึ้น ควรจะใช้ให้อยู่ในคำแนะนำของแพทย์” นพ.ศุภณัฐกล่าว

Advertisement

นพ.ศุภณัฐกล่าวว่า เราสามารถสังเกตว่าตนเองมีอาการของโรคไตหรือไม่ โดยสังเกตจาก 5 อาการเหล่านี้

1.อาการที่เกิดจากภาวะของเสียเริ่มสูง ส่วนใหญ่จะเจอในคนไข้ที่อยู่ในระยะที่ 4-5 แล้ว ในกรณีที่ของเสียในร่างกายเราสูง ไตไม่ดี ทำให้ไม่สามารถขับของเสียออกมาได้ ผู้ป่วยอาจจะมีอาการลักษณะเบื่ออาหาร หากของเสียสูงมากๆ อาจจะมีลักษณะอาการซึม ปลุกไม่ตื่น หรือลักษณะอาการคลื่นไส้อาเจียน

2.อาการบวม วิธีสังเกตง่ายๆ คือ ใช้นิ้วชี้กดตรงบริเวณกระดูกหน้าแข้ง ถ้ามีลักษณะอาการบวมจะเห็นเป็นลักษณะบุ๋มจากปลายนิ้วเราที่กดลงไป ลักษณะจะมีปุ่มตรงกระดูกหน้าแข้งเรา หรืออีกวิธีหนึ่งคือน้ำหนักที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่วนใหญ่ผู้ป่วยโรคไตระยะที่ค่อนข้างรุนแรงขึ้น หมอจะแนะนำให้ช่างน้ำหนักเป็นประจำทุกวัน ซึ่งส่วนใหญ่น้ำหนักที่ขึ้นเร็วส่วนนี้เป็นน้ำส่วนเกิน

3.คืออาการเหนื่อย ในที่นี้ อาการนี้จะทำให้เราทำกิจวัตรประจำวันได้น้อยลง เช่น เคยขึ้นบันได 2-3 ชั้นได้ ตอนนี้ทำไม่ได้แล้ว หรือเหนื่อยในเฉพาะเวลานอน เวลานอนราบตื่นขึ้นมาหอบกลางดึก อันนี้เป็นสัญญาณเตือนว่าอาจจะมีน้ำท่วมปอดแล้ว

“ผู้ป่วยโรคไตที่มีลักษณะอาการของน้ำท่วมปอด หลายรายจะมีปัญหาเรื่องอาการเหนื่อย โดยเฉพาะเวลานอน คือ มีลักษณะหายใจเร็วขึ้น จากที่เราหายใจปกติ ช้าๆ ผู้ป่วยที่มีอาการเหนื่อยจะหายใจเร็ว และเวลานอนจะเหนื่อยกว่าตื่นขึ้นมานั่ง” นพ.ศุภณัฐกล่าว

4.ปัสสาวะผิดปกติ อาการปัสสาวะผิดปกติเกิดได้หลายรูปแบบ อาทิ ปัสสาวะเป็นเลือด, ปัสสาวะเป็นก้อนกรวดออกมา, ปัสสาวะเป็นฟอง ปกติเวลาเราเข้าห้องน้ำ เราปัสสาวะเป็นฟองอยู่แล้ว แต่ฟองจะไม่เยอะ ในผู้ป่วยที่เป็นโรคไตที่มีลักษณะเฉพาะปัสสาวะ จะเป็นฟองมาก กดชักโครกไม่หมด และฟองหนา

5.สัญญาณสุดท้ายที่พบบ่อยที่สุด คือ ไม่มีอาการผิดปกติจนไปตรวจสุขภาพ ซึ่งกลุ่มนี้พบเป็นกลุ่มใหญ่

นพ.ศุภณัฐกล่าวว่า เรื่องไตจึงควรเริ่มตรวจตั้งแต่อายุ 35-40 ปี เพราะบางครั้งมันจะมีโรคไตหรือโรคอะไรบางอย่างที่เจอในอายุไม่เยอะได้ ถ้าเราเจอตั้งแต่อายุไม่เยอะ เราได้รับคำแนะนำ ได้รับการดูแลที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น ระยะยาวจะช่วยชะลอความเสี่ยงได้มากกว่า

“ป้องกันดีกว่ารักษา ดังนั้น เราเจอตั้งแต่ต้น เรารักษาตั้งแต่ตอนที่ตัวโรคเป็นไม่เยอะ การดำเนินตัวโรคจะช้าลงจนนำไปสู่ระยะที่ 5 หรือระยะสุดท้ายน้อยลง อันนี้คือดีที่สุด” นพ.ศุภณัฐกล่าว