เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ที่สโมสรตำรวจ น.ส.กัญญภักดิ์ (สงวนนามสกุล) เภสัชกรเจ้าของร้านขายยาย่านทุ่งสองห้อง นำเอกสารหลักฐานเข้าร้องเรียน พล ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ที่ถูกแก๊งโรแมนสแกมหลอกให้โอนเงิน 8.3 ล้านบาท โดย น.ส.กัญญภักดิ์ เล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปี 2565 โดยมีเพื่อนร่วมสถาบันเรียนชักชวนให้รู้จักชาวต่างชาติที่จะขอซื้อชุดตรวจโควิดจำนวนมากทำให้ตนเกิดความโลภจึงตกลงทำธุรกิจด้วยกันอีกทั้งช่วงเวลาเกิดเหตุตนแยกกันอยู่กับสามีทำให้ไม่มีเพื่อนช่วยคิด
ซึ่งระหว่างการทำธุรกิจชาวต่างชาติชักชวนหลอกล่อให้ทำธุรกรรมทางการเงิน โดยอ้างว่าหากไม่โอนเงินไปให้บางส่วนจะทำให้เงิน 50 ล้านที่เตรียมไว้ซื้อชุดตรวจโควิดไม่สามารถโอนมาให้ได้ทำให้หลงเชื่อจึงโอนไปทั้งหมด 15 ครั้งรวม 8,300,000 บาท
ผู้เสียหายกล่าวว่า จากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อชาวต่างชาติคนที่หลอกลวงเงินไปได้ จึงติดต่อกับเพื่อนที่ชักชวนแต่กลับถูกบ่ายเบี่ยงทำให้รู้สึกว่าถูกหลอกจึงไปแจ้งความที่ สภ.ชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี หลังแจ้งความชาวต่างคนดังกล่าวโทรมาข่มขู่ให้ถอนแจ้งความ โดยให้เหตุผลว่าหากแจ้งความจะทำให้ธุรกิจเสียหายจะต้องร่วมรับผิดชอบและไม่ได้เงินคืนทำให้ตนเกิดความกลัวและถอนแจ้งความ เมื่อผ่านไประยะหนึ่งแต่ยังไม่ได้เงินคืนจึงแจ้งความที่ สน.ทุ่งสองห้อง เนื่องจากเป็นพื้นที่ใช้ในการโอนเงินและระหว่างนั้นทราบข่าวว่าเมื่อเดือนมีนาคม 2566 กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.)
จับบัญชีม้าได้แต่กลับปล่อยตัวไป อีกทั้งในเวลาใกล้เคียงกัน สน.ทุ่งสองห้องจับเจ้าของบัญชีม้าได้อีก 2 คน แต่กลับปล่อยตัวไป เนื่องจากทำสำนวนส่งฟ้องไม่ทันทำให้ตนไม่เข้าใจการทำงานของตำรวจโดยเฉพาะกรณีที่ทนายความส่วนตัวอ้างว่าจะต้องนำเงิน 1 แสนบาท ไปให้กับพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง โดยให้เหตุผลว่าจะทำให้ได้เงินคืน แต่สุดท้ายเวลาผ่านไปก็ไม่ได้เงินคืน
จึงรู้สึกเหมือนถูกซ้ำเติมโดยอ้างว่าเพราะที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนมีการใช้คำพูดไม่ดี เสียดสี เช่น ให้คิดว่าเงินก้อนนี้ติดหนี้เขาเมื่อชาติที่แล้ว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวภายหลังรับเรื่องว่าจะให้ทีมงานตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเชิญผู้เสียหายไปสอบปากคำอีกครั้งหนึ่ง

