เหยื่อทางเลื่อนทำใจไม่ได้ขาขาด “ครอบครัว” เป็นห่วงสุขภาพจิต
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา กรณีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับผู้โดยสารบนทางเลื่อนท่าอากาศยานดอนเมือง ส่งผลให้ น.ส.สุพรรณี กิตติรัตนา ที่กำลังจะเดินทางไป จ.นครศรีธรรมราช โดนบันไดเลื่อนดูดขา ทำให้หัวเข่าซ้ายจนถึงขาขาด เจ้าหน้าที่ได้นำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล (รพ.) ภูมิพล และได้ส่งตัวผู้ป่วยไปที่ รพ.บำรุงราษฎร์ เหตุเกิดเมื่อเช้าวันที่ 29 มิถุนายน ทั้งนี้ ผู้บริหารท่าอากาศยานดอนเมืองลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบและสั่งการหาสาเหตุที่เกิดขึ้น พร้อมปิดการใช้ทางเลื่อนนี้เป็นการชั่วคราว และเร่งนำทีมวิศวกรเข้าสำรวจหาสาเหตุโดยละเอียด และตรวจสอบความปลอดภัยอีกครั้งนั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมาว่า เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน นายกฤตย์ กิตติรัตนา ลูกชายของผู้บาดเจ็บ โพสต์เฟซบุ๊กให้ข้อมูลเบื้องต้นว่า แม่เพิ่งเข้าไปผ่าตัดตอนประมาณ 4 โมงเย็น โดยแผลขาดเลยหัวเข่าขึ้นไป 10 ซม. สภาพจิตใจถ้าเต็ม 10 ก็คือ 5 แพทย์แนะนำให้ตัดเพราะหากต่ออาจจะมีอาการแทรกซ้อน
ต่อมา นายกฤตย์โพสต์เฟซบุ๊กอีกครั้งอัพเดตอาการบาดเจ็บและสภาพจิตใจของแม่ที่ประสบเหตุว่า ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจกันอย่างล้นหลาม แม่ออกจากห้องผ่าตัดเมื่อวันที่ 29 มิถุนายนในช่วงค่ำ ผลผ่าตัดเป็นที่น่าพึงพอใจในขั้นต้น แต่ก็ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าจะเป็นการผ่าตัดครั้งสุดท้าย ทางทีมแพทย์แจ้งว่ายังคงต้องรอดูอาการ และภาวนาให้ไม่มีอาการติดเชื้อ หรือเนื้อตาย จะต้องทำให้เราต้องผ่าเปิดแผลและตัดเนื้อของแม่ออกมาอีก กว่าจะทราบผลคงต้องรอเวลาอีกหลายวัน และสภาพกำลังใจของแม่อยู่ในเกณฑ์ที่น่าเป็นห่วง สิ่งที่ต้องยอมรับว่าครอบครัวกังวลมากที่สุดจริงๆ ในเวลานี้คือสภาพจิตใจของแม่ และการใช้ชีวิตของคุณแม่ในระยะยาว ยังร้องไห้-รับไม่ได้
“สภาพกำลังใจของแม่อยู่ในเกณฑ์ที่น่าเป็นห่วง ได้มีโอกาสได้พูดคุยกันนิดหน่อยทั้งก่อนและหลังการผ่าตัด เนื่องจากยังต้องพักในห้องปลอดเชื้อ แม่ยังแสดงความเข้มแข็งออกมาจากทั้งทางสีหน้าและน้ำเสียง แต่ทราบดีในใจลึกๆ ของท่านแตกสลาย เพราะอยู่ๆ ก็ต้องเสียขาไป อย่างไรก็ตาม ทางครอบครัวได้ขอภาพกล้องวงจรปิดจากทางสนามบินแต่ยังไม่ได้รับ คาดว่ากำลังผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน แม่ร้องไห้ไม่ใช่เพราะอาการเจ็บแผล แต่เพราะยังจินตนาการถึงชีวิตที่มีขาข้างเดียวไม่ได้ ทางครอบครัวจึงหลีกเลี่ยงการพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่สนามบินดอนเมืองกับแม่มากที่สุด และปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องของทางสนามบินจัดการในเรื่องสืบค้นสาเหตุต่อไป ทางครอบครัวหวังว่าจะเป็นไปด้วยความโปร่งใสและเที่ยงธรรม” ลูกชายกล่าว และว่า ในฐานะคนเป็นลูก ตอนที่พบแม่ครั้งแรกหลังเกิดเหตุการณ์ ภาพที่เห็นคือเจ้าหน้าที่ถือกล่องโฟมที่ใส่ขาแม่ลงมาจากรถฉุกเฉิน แม่ที่นอนอยู่บนเปลรถเข็น เป็นความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายได้จริงๆ

