เสร็จตำรวจไทย! 2 มาเฟียอินเดียคุมซุ้มมือปืน-ท่าเรือ หนีคดีฆ่าโหดอริ ทัวร์ไทย ตม.ตามรวบคาโรงแรม (คลิป)

25.12.16 | 12:38 น.

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 25 ธันวาคม ที่โรงแรมอมารี ประตูน้ำ เขตพญาไท กทม. พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) พ.ต.อ.บรรลือศักดิ์ ขลิบเงิน รองผู้บังคับการสืบสวน สตม. พ.ต.ต.ระลึก อินทรรัศมี สว.กก.2 บก.สส.สตม. เเละทีมสืบสวนได้ร่วมกันจับกุมนายมาฮิมมานาด้า มิสซ่า ( MR.MAHIMANANDA MISHRA ) และนายบาซานต้า คูมาเบา (MR.BASANTA KUMAR BAL) ชาวอินเดีย ซึ่งเป็นหัวหน้าผู้มีอิทธิพลคุมท่าเรือพาราดิส ซึ่งเป็นท่าเรือทางตะวันออกของประเทศอินเดีย

รวบมาเฟียอินเดีย

พล.ต.ท.ณัฐธรกล่าวว่า ในคดีนี้ทาง สตม.ได้รับข้อมูลจากทางการอินเดียเเละตำรวจสากลเกี่ยวกับการเข้าประเทศของบุคคลที่ทางการอินเดียต้องการตัวเป็นอย่างมาก โดยตนได้สั่งการให้มีการสืบสวนตามข้อมูลที่ได้มา พบว่า บุคคลทั้งสองมีหมายจับในประเทศอินเดีย โดยเดินทางจากประเทศเนปาลเข้ามาประเทศไทยเเละมีวีซ่าท่องเที่ยวในประเทศไทย 15 วัน

“บุคคลทั้งสองเดินทางมากับครอบครัวเเละมีบอดี้การ์ดคุ้มกัน 5-6 คนตลอดเวลา ตำรวจฝ่ายสืบสวนจึงได้ลงพื้นที่สะกดรอยติดตาม บุคคลทั้งสองในสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดชลบุรี กระทั่งมีการประสานงานได้หมายจับจากทางการอินเดียมาเเละสืบทราบว่าขณะนี้บุคคลทั้งสองหลบซ่อนตัวอยู่ในโรงเเรมย่านประตูน้ำ จึงเข้าควบคุมตัวเเละผลักดันกลับไปดำเนินคดีที่ประเทศอินเดีย ซึ่งในตอนควบคุมตัว บุคคลทั้งสองก็ให้การยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับของทางการอินเดีย ซึ่งหลังจากที่มีการจับกุมตัวได้ก็จะมีการผลักดันส่งกลับบุคคลทั้งสองในวันพรุ่งนี้ (26 ธันวาคม) ส่วนครอบครัวของบุคคลทั้งสองที่เดินทางมาประเทศไทยด้วยกันนั้น ก็มีการเเจ้งความจำนงว่าจะเดินทางกลับประเทศไปด้วยกัน เเละหลังจากนี้เราก็จะมีการประสานขอข้อมูลหรือหมายจับเพื่อผลักดันเครือข่ายที่เป็นบอดี้การ์ดของบุคคลทั้งสองกลับประเทศในเร็วๆ นี้ เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ ทาง สตม.จะมีการตรวจคุมสกัดกั้นบุคคลที่เป็นอันตรายเข้ามาในประเทศเพื่อความสงบเรียบร้อยเเละรักษาความปลอดภัยของการท่องเที่ยวในประเทศ” ผบช.สตม.กล่าว

Advertisement

พล.ต.ท.ณัฐธรกล่าวด้วยว่า สำหรับบุคคลทั้งสองเป็นหัวหน้ากลุ่มมาเฟียที่ทรงอิทธิพลในประเทศอินเดีย มีการก่อคดี เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2559 โดยใช้วิธีบงการฆ่าคู่อริด้วยวิธีโหดร้าย อุกอาจ โดยใช้ระเบิดปาสังหารแล้วหลังจากนั้นยังใช้อาวุธสงครามยิงซ้ำ มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก เเละมีมือปืนในสังกัดไม่ต่ำกว่า 50 คน เมื่อก่อเหตุแล้วได้หลบซ่อนตัวที่ประเทศเนปาล ต่อมาเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2559 ได้หลบเข้าไทยในรูปเเบบนักท่องเที่ยว จนมาสู่การจับกุมตัวได้ในวันนี้