ชี้เป้า ‘เกษียณไม่จน’ แค่ออมเงินไม่พอ! แนะลงทุนธุรกิจสุขภาพ-ซื้อประกันคุ้มค่า

2.07.23 | 18:47 น.

ชี้เป้า ‘เกษียณไม่จน’ แค่ออมเงินไม่พอ! แนะลงทุนธุรกิจสุขภาพ-ซื้อประกันคุ้มค่า

เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ในงาน Thailand Healthcare 2023 “เกษียณสโมสร” มหกรรมสุขภาพ อันดับ 1 ของประเทศ ณ สามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพฯ จัดโดยมติชน ร่วมกับภาครัฐและเอกชน

ในช่วงบ่ายมีการจัดเวทีหัวข้อ “เกษียณไม่จน” โดย นายศิวกร ทองหล่อ CFP Wealth Advisory, จาก ธนาคาร ทิสโก้ และ น.ส.สกาว สำราญคง CFP, FLMI ผู้อำนวยการฝ่ายฝึกอบรมช่องทางการขายจาก บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

นายศิวกรกล่าวว่า ในอดีตการวางแผนเกษียณจะเป็นการเก็บเงินออมในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ สมัยดอกเบี้ยประจำ 6-7% ต่อปี อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันดอกเบี้ยเงินฝากต่ำลง ธุรกิจทุกวันนี้เติบโตแบบก้าวกระโดด คงวางแผนแบบเดิมไม่ได้แล้ว

“ฝากออมทรัพย์ปี 1-2% ถ้าให้ถึงแผนเกษียณก็คงยาก ตอนนี้เรามีสังคมผู้สูงอายุ ในปัจจุบันนี้คนเราอายุเยอะขึ้น ยืนยาวขึ้น คนสูงอายุเยอะขึ้นมาก อายุไขเฉลี่ย 75 ปี เพราะฉะนั้นวางแผนแค่อายุ 70 ปีคงไม่พอ ต้องวางแผนให้ได้มากกว่านั้น สิ่งที่ตามมาก็ต้องใช้เงินเยอะขึ้นด้วย ถ้าสมมุติอายุยืนยาวขึ้น การวางแผนเกษียณก็ต้องเปลี่ยนด้วย ถ้าเราต้องการได้เงินเกษียณเพิ่มขึ้น เราก็ต้องเพิ่มเงินมากขึ้นด้วย

Advertisement

ในมุมของการลงทุนไม่เหมือนเดิม ในการลงทุนแบบ Megatrends Retirement นั้นสำคัญมาก ต้องเริ่มจากดูสังคมตอนนี้เป็นอย่างไง งานไหน อาชีพไหนเข้ากับสังคมในปัจจุบัน ณ วันนี้เรางาน Health Care สังคมผู้สูงอายุให้ความสำคัญเรื่องอะไร น่าจะเป็นธุรกิจ ถ้าสามารถตอบโจทย์กลุ่มนี้ได้อย่างน้อยก็เติบโตไม่น้อยกว่า 10 ปี ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร” นายศิวกรกล่าว

ศิวกร ทองหล่อ

นายศิวกรกล่าวว่า ในชีวิตวัยรุ่นไม่เคยมากังวลเรื่องเงิน เราใช้เงินลงทุนต่างๆ แบบฟุ่มเฟือย เมื่อเข้าสู่วัยเกษียณวิธีคิดจะเปลี่ยน

“เราก็ต้องคิดถ้าหากเราลงทุนไปแล้วจะมีเงินพอใช้ไหม ในการลงทุนในยุคนี้ควรลงทุนในกลุ่มสุขภาพ ในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา ผลตอบแทนการลงทุนหุ้นสุขภาพดีมาก คนเข้าไปฉีดวัคซีนโควิด-19 เยอะมาก อย่างเช่นวัคซีนโมเดอร์นา ถ้ามองในธุรกิจเราแทบจะเป็นเสือนอนกินเลย หรือแม้กระทั่งยารักษามะเร็ง สิ่งที่เราต้องทำก็ต้องรักษาให้เต็มโดส เราก็มองต่อยอดไปอีกขั้น เรามีเงินจ่ายแล้ว แต่สิ่งที่อยากได้กลับมาเราอยากได้ผลตอบแทนเพิ่มก็ต้องมองหากลุ่มลงทุนบริษัทที่มารักษาเราอีกที ไม่ว่าเป็นบริษัทยา บริษัทโรงพยาบาล หากลงทุนกับบริษัทเหล่านี้ก็ต่อยอดแผนการเงินเราได้” นายศิวกรกล่าว

นายศิวกรกล่าวว่า สิ่งที่กังวลที่สุดในการลงทุนตลาดหุ้นคือ ถ้าคาดหวังผลตอบแทนสูง ความเสี่ยงก็สูงตาม แต่ธุรกิจสุขภาพ ไม่ได้ผันผวนตามเศรษฐกิจ การลงทุนที่เกิดขึ้นผลตอบแทนก็งอกเงยเช่นกัน โดยต้องเลือกลงทุนกับบริษัทที่แข็งแกร่ง

“ปกติธุรกิจที่ดีควรเป็นธุรกิจที่ไม่ผันผวนไปตามเศรษฐกิจ ธุรกิจสุขภาพเป็นธุรกิจที่โตอยู่เรื่อยๆ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาโตปีละ 10% การลงทุนไปก็ได้ผลตอบแทนดีพอสมควร เพราะฉะนั้นในแง่การลงทุนมีความปลอดภัยด้านพื้นฐาน ในอีกด้านผลตอบแทนก็ดีด้วย ทำให้แผนเกษียณมั่นคงยิ่งขึ้น” นายศิวกรกล่าว

ด้าน น.ส.สกาวกล่าวว่า เราควรวางแผนสุขภาพในเชิงรุกด้วยการทำแผนประกันสุขภาพและประกันโรคร้ายแรง หากละเลยจุดนี้ หากเกิดโรคร้ายแรงก็จะเสียเงินรักษาจำนวนมาก น่าจะกระทบเรื่องของวัยเกษียณ

สกาว สำราญคง

“เราไม่ทราบว่าร่างกายเราจะเกิดโรคอะไรบ้าง แม้รับประทานอาหารดีแล้ว ออกกำลังกายดีแล้ว บางโรคไม่ได้มีสัญญาณบ่งบอก บางโรคร้ายแรงเกิดขึ้นมาก็กระทบกับค่าใช้จ่าย การวางแผนเชิงรุกคือการวางแผนในการเกิดโรคนั้นๆ

ถ้าหากเกิดโรคเลวร้ายมากก็อาจทำประกันสุขภาพไม่ได้เลย ดังนั้นแล้วถ้าหากสุขภาพยังดีอยู่ก็ควรที่จะเริ่มทำประกัน

นอกจากนี้ ในทางเชิงรุกยังหมายถึงการเตรียมค่าใช้จ่ายในการจ่ายเงินบางส่วน จ่ายเงินก้อนเล็กเพื่อปกป้องเงินก้อนใหญ่สำหรับรักษาสุขภาพ โรคสุขภาพเล็กทั่วไปเรายังจ่ายได้ แต่ถ้าหากเจอโรคที่ต้องจ่ายหลักแสนหลักล้านจะทำอย่างไร เช่น โรคมะเร็งที่คร่าชีวิตคนไทยเป็นอันดับหนึ่ง และค่าใช้จ่ายในการรักษาเยอะมาก ให้บริษัทรับทำประกันจ่ายไปจะดีกว่า” น.ส.สกาวกล่าว

เมื่อผู้ดำเนินรายการถามถึงการเลือกซื้อประกันสุขภาพว่ามีจุดไหนควรพิจารณาบ้าง

น.ส.สกาวกล่าวว่า ข้อควรพิจารณามีดังนี้

1.ระยะยาวคือประกันชีวิต ต้องคุ้มครองเรายาวๆ มีบางประกันคุ้มครองถึง 99 ปี

2.แบบประกันนั้นคุ้มครองโรคหลายโรคหรือไม่ บางแบบจ่ายน้อย แต่คุ้มครองแค่ 4-5 โรค มีบางแบบครองคุ้มถึง 100 โรคก็จะอุ่นใจมากกว่า

3.คุ้มครองค่าใช้จ่าย กล่าวคือ ค่าใช้จ่ายจริงๆ เป็นล้าน แต่ทำประกันที่คุ้มครองแค่หลักแสน จึงต้องเสียค่าใช้จ่ายยามเกษียณ ดังนั้น ควรเลือกให้เพียงพอ