3 สาวโดนหนุ่มคนเดียวกันลวงให้รักผ่านแอพพ์หาคู่ หลอกให้ลงทุนออกรถ เชิดหนี เสียหาย 50 ล้าน

3.07.23 | 12:52 น.

3 สาวโดนหนุ่มคนเดียวกันลวงให้รักผ่านแอพพ์หาคู่ หลอกให้ลงทุนออกรถ เชิดหนี เสียหาย 50 ล้าน

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมผู้เสียหาย 3 ราย เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.เสวก บุญจันทร์ ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.ป. เพื่อยื่นเรื่องขอให้กองปราบช่วยติดตามจับกุม นายจิรากร (สงวนนามสกุล) หลังถูกหลอกให้เช่าซื้อรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ป้ายแดง อ้างจะนำไปปล่อยเช่า ก่อนเชิดรถหนีไป ทำให้ถูกบริษัทไฟแนนซ์ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย คนละ 5-6 ล้านบาท

น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 29 ปี แม่ค้าออนไลน์ หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เมื่อปลายปี 2564 รู้จักกับนายจิรากรผ่านแอพพลิเคชั่นหาคู่ จากนั้นก็ติดต่อพูดคุยกันเรื่อยมาจนยอมคบหาเป็นแฟนกัน ภายหลังนายจิรากรขอให้ตนย้ายไปอยู่กับเขาที่ จ.ขอนแก่น อ้างว่าเปิดบริษัทรถยนต์เช่าอยู่ที่นั่น ขอให้มาช่วยกันดูแล ด้วยความที่รักจึงยอมย้ายไปอยู่กินด้วยกัน

แต่หลังจากนั้นไม่นาน นายจิรากรก็มาขอให้ช่วยทำเรื่องเช่าซื้อรถยนต์ รถ จยย.ป้ายแดง จำนวน 6 คัน อ้างว่าจะนำไปปล่อยเช่า แต่เขาไม่สามารถซื้อรถเป็นชื่อของตัวเองได้ เพราะเพิ่งซื้อรถไปยังไม่ครบ 6 เดือน ต้องให้ตนเป็นคนช่วยซื้อให้ พร้อมกับขอยืมเงินตนไปอีก 895,000 บาท อ้างว่าจะนำไปจ่ายค่าจ้างพนักงาน ด้วยความไว้ใจเพราะเห็นว่าเป็นแฟนกัน จึงยอมทำตาม

น.ส.เอให้การต่อว่า หลังเวลาผ่านไปประมาณ 3 เดือน บริษัทไฟแนนซ์ก็โทรมาทวงค่างวดรถที่ตนเป็นคนเช่าซื้อทุกคันว่า ไม่ส่งค่างวดรถ จึงถามนายจิรากรก็ได้รับคำตอบเพียงว่า เก็บเงินลูกค้าไม่ได้ ก่อนจะเริ่มตีตัวออกห่างและขาดการติดต่อไปในที่สุด ทิ้งให้ตนแบกรับภาระหนี้สินกว่า 4.6 ล้านบาท เพียงลำพัง จนมารู้ในภายหลังว่า นอกจากตนแล้วยังมีเหยื่อหญิงสาวที่ถูกนายจิรากร หลอกลักษณะเดียวกันอีกเกือบ 20 คน

Advertisement

“เท่าที่รู้มามีเหยื่อหญิงสาวรายหนึ่งถูกนายจิรากร หลอกเอาเงินไปจนกลายเป็นหนี้มากกว่าหลายเท่า ถึงขั้นกลายเป็นโรคซึมเศร้า หลังต้องสูญเสียแม่ที่ถึงกับฆ่าตัวตาย เพราะเครียดที่เห็นลูกสาวมีหนี้สินจำนวนมาก จนไม่มีปัญญาหาเงินมาใช้หนี้ได้” น.ส.เอกล่าว

ด้าน น.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี กล่าวว่า ตนทำงานอยู่ที่ จ.เพชรบูรณ์ รู้จักกับนายจิรากรผ่านทางเฟซบุ๊ก โดยนายจิรากรอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่พยาบาลห้องฉุกเฉิน ก่อนพูดคุยกันเชิงชู้สาว จนตัดสินใจคบหากัน เนื่องจากเห็นว่าเขาเทคแคร์ดี เอาใจใส่ พูดจาเพราะ หลังคบหากันได้ไม่นาน นายจิรากรก็อ้างว่า ทำธุรกิจรถเช่าอยู่ กำลังมีปัญหาหมุนเงินไม่ทัน เพราะเพื่อนถอนหุ้นไป อยากให้ช่วยร่วมลงทุน แต่ตนไม่มีเงินมากขนาดนั้น

นายจิรากรจึงบอกว่าไม่ต้องลงเงินก็ได้ แค่ช่วยไปซื้อรถเป็นชื่อตนมาให้กับเขา เพื่อปล่อยเช่าก็พอ ก่อนจะพาไปที่โชว์รูมรถ ให้ตนซื้อรถเก๋ง รถกระบะ รถ จยย.ป้ายแดง รวมแล้วถึง 7 คัน เมื่อได้รถไปแล้วนายจิรากรก็ตัดขาดการติดต่อไป ทำให้ตนต้องกลายเป็นหนี้กว่า 5 ล้านบาท

ส่วน น.ส.ซี (นามสมมุติ) อายุ 38 ปี กล่าวว่า ตนทำงานรับจ้างอยู่ที่ จ.ขอนแก่น ก่อนหน้านายจิรากรเข้ามาตีสนิทเชิงชู้สาว อ้างว่าเป็นตำรวจปราบปรามยาเสพติดนอกเครื่องแบบ และทำธุรกิจรถเช่า แต่เพื่อนที่ร่วมลงทุนขอถอนตัวไป จึงขอให้ตนมาร่วมลงทุนด้วย ตอนแรกก็ขอยืมเงินไปเป็นค่าจ้างลูกน้อง ค่าซ่อมรถ ตนก็ยอมโอนไปให้ตลอด รวมเป็นเงินกว่า 2.5 ล้านบาท จนไม่มีเงินจะให้แล้ว

ภายหลังนายจิรากรบอกว่าให้ช่วยซื้อรถ เพื่อจะเอาไปปล่อยเช่าทั้งรถเก๋ง รถกระบะ รถ จยย.ป้ายแดง รวมแล้ว 6 คัน จนตนต้องกลายเป็นหนี้กว่า 4 ล้านบาท สุดท้ายนายจิรากรก็เริ่มตีตัวออกห่าง และขาดการติดต่อไปในที่สุด

ส่วนนายรณณรงค์กล่าวว่า พฤติกรรมของนายจิรากรจะทำทีตีสนิทเหยื่อที่เป็นหญิงสาวผ่านทางแอพพลิเคชั่นหาคู่ เมื่อเหยื่อเริ่มไว้ใจยอมคบหาด้วย ก็จะชักชวนร่วมลงทุนธุรกิจปล่อยรถเช่า เมื่อได้รถมาแล้วก็จะเชิดหนีหายไป ทิ้งหนี้ไว้ให้เหยื่อต้องแบกรับภาระเพียงลำพัง ที่ผ่านมามีผู้ตกเป็นเหยื่อแล้วกว่า 20 ราย ความเสียหายกว่า 50 ล้านบาท

มีการเข้าแจ้งความไว้แล้วในหลายพื้นที่ แต่ก็ยังไม่สามารถตามจับกุมตัวนายจิรากรได้ จึงตัดสินใจพาตัวผู้เสียหายมายื่นร้องขอความช่วยเหลือให้กองปราบฯ ช่วยเร่งรัดตามจับกุมตัวนายจิรากร เพื่อไม่ให้ไปก่อเหตุกับเหยื่อรายใหม่

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนสอบปากคำผู้เสียหายไว้เป็นหลักฐาน ก่อนส่งต่อให้ผู้บังคับบัญชาสั่งการต่อไป