เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ที่บริเวณสนามหลวง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีประชาชนเป็นจำนวนมากเดินทางมาที่สนามหลวงตั้งแต่เวลาเช้ามืด เพื่อถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง โดยมีเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครคอยอำนวยความสะดวกเต็มอัตรา ทั้งบริการแจกน้ำดื่ม อาหาร และการเตรียมพร้อมบริการทางการแพทย์ ในส่วนของการรักษาความปลอดภัยนั้น มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ และนักศึกษาวิชาทหาร (รด.) คอยตรวจบัตรประชาชนและหนังสือเดินทาง และกระเป๋าสัมภาระ เพื่อป้องกันการนำเข้าวัตถุอันตราย และป้องกันมิจฉาชีพที่จะแฝงตัวเข้ามาในหมู่ประชาชน ทั้งนี้ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยได้นำประชาชนจาก 4 จังหวัด เดินทางเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ ประกอบด้วย จ.กาญจนบุรี กาฬสินธุ์ กำแพงเพชร และกระบี่ จังหวัดละ 750 คน รวม 3,000 คน
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ในส่วนของพื้นที่สนามหลวงทิศใต้ เจ้าหน้าที่สำรวจและวางขอบเขตก่อสร้างพระเมรุมาศ จากกรมศิลปากร ได้นำอุปกรณ์เครื่องจักร เพื่อตั้งเต็นท์พลับพลาพิธี และขุดหลุมเพื่อเตรียมปักหมุด ในพิธีปักหมุดก่อสร้างพระเมรุมาศ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 26 ธันวาคม โดยทางเจ้าหน้าที่ระบุว่า หมุดที่จะนำมาทำพิธีในวันพรุ่งนี้ มีหมุดรองที่ทำมาจากไม้พะยูง 8 หมุด และหมุดหลักทำมาจากไม้ทองหลาง รวมเป็น 9 หมุด ซึ่งบรรจุลงกล่องร่วมกับไม้สามเกลอขนาดเล็กที่ทำมาจากไม้สักสำหรับใช้ตอกหมุด โดยทั้งหมุดและไม้สามเกลอได้ถูกลงอักขระ จากวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร
สำหรับกำหนดการพิธีปักหมุดก่อสร้างพระเมรุมาศนั้น พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี จะมาเป็นประธานในพิธี โดยในเวลา 15.59 น. เริ่มประกอบพิธีบวงสรวง ทางพระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ วิบูลย์เวทย์บรมหงส์ พรหมพงศ์พฤฒาจาริย์ จะอ่านโองการบวงสรวง ประธาน และผู้เข้าร่วมพิธีโปรยข้าวตอกดอกไม้ที่เครื่องสังเวย จากนั้นเวลา 16.15 น. ประธานในพิธีและผู้ปักหมุดเดินไปประจำหลักหมุดที่กำหนดไว้ 9 จุด โดยผู้ปักหมุดจะต้องหันหน้าเข้าพระบรมมหาราชวัง และในเวลา 16.19 น. พราหมณ์จะเริ่มเป่าสังข์แตรให้สัญญาณปักหมุด โดยหลังจากปักหมุดลงลึกตามระดับที่กำหนดแล้ว ผู้ปักหมุดโปรยดอกไม้ที่บริเวณรอบจุดปักหมุด ถือเป็นอันเสร็จพิธี



