เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ที่ห้องประชุม สมาคมพนักงานสอบสวน สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดี กทม. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) ร่วมกับคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนประชุมคดีที่ผู้เสียหายเว็บพนันออนไลน์อ้างว่าถูก พล.ต.ต.กัมพล ลีลาประภาภรณ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี (ผบก.ภ.จว.ชลบุรี) กับพวกรีดเงิน 140 ล้าน
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.กัมพล กับพวกว่าหลังคณะทำงานตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดออกจากราชการไว้ก่อน นั้นในวันที่ 5 ก.ค.จะรวบรวมพยานหลักฐานเสนอศาลออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมซึ่งมีทั้งตำรวจและพลเรือน พร้อมกล่าวยืนยันว่าคดีนี้ไม่ได้มีความซับซ้อนแต่เมื่อตำรวจไล่ตรวจสอบหลักฐาน เส้นทางการเงิน อย่างต่อเนื่องกลับพบบุคคลที่มีความเชื่อมโยงในการกระทำความผิดเพิ่ม แต่อย่างไรก็ตามหากศาลยังไม่ได้พิพากษาให้ถึงที่สุดกลุ่มคนดังกล่าวก็ยังเป็นผู้บริสุทธิ์และคาดว่าภายใน 2 สัปดาห์จะสรุปสำนวนและปิดคดีนี้ได้ ส่วนเรื่องการตรวจสอบทรัพย์สินพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการตรวจสอบเพื่อพิจารณาดำเนินคดีในความผิดมูลฐานฟอกเงิน เพื่อดำเนินการยึดทรัพย์ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และวันที่ 7 ก.ค. จะประชุมร่วมกับอธิบดีอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับ พ.ร.บ.อุ้มหาย หลังจากที่นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการว่าผู้ถูกกล่าวหาถูกตำรวจบังคับข่มขู่ให้เป็นผู้ร่วมกระทำความผิดมีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการเรียกรับเงิน 140 ล้านบาท
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า การเรียกร้องของนายอัจฉริยะ หรือตำรวจ สามารถทำได้ยังเป็นการช่วยตรวจสอบการทำงานของตำรวจ ไม่คิดที่จะดำเนินคดี หรือฟ้องร้องกลับและก็ไม่ได้มีความกังวลในการทำคดี เพราะตำรวจยึดหลักการทำงานอย่างเป็นธรรม ตรวจสอบได้
“ส่วนกรณีกระแสข่าวลือว่าจะมีการดำเนินคดีกับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ระดับพลตำรวจตรีนั้น ตอนนี้การออกหมายจับยังไม่ถึงในระดับนั้น ตอนนี้ยังอยู่ในระดับล่างก่อน อย่างที่เรียนไว้ว่าถ้าเกี่ยวข้องถึงแค่ไหนก็ต้องดำเนินคดีแค่นั้น เราไม่สามารถดำเนินคดีไปนอกเหนือจากพยานหลักฐานได้เลย เราต้องยึดกรอบของพยานหลักฐานและต้องทำอย่างตรงไปตรงมา เพราะคดีนี้เป็นคดีที่กระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กร เราจึงต้องทำอย่างรอบคอบและรัดกุม” รอง ผบ.ตร.กล่าว

