เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี ผู้เสียหายร้องเรียนผู้สื่อข่าวว่าถูกมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงินผ่านบัญชีธนาคารเอกชนข้ามชาติแห่งหนึ่งสูญเงินไปกว่า 200,000 บาท แต่ไปแจ้งความกลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจพูดจาผลักภาระกันไปมา พร้อมกล่าวว่าเมื่อวันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมามีบุคคลไม่ทราบตัวตนใช้ชื่อ “แอดมินมะนาว” เพิ่มเพื่อนในไลน์เข้ามาชักชวนสร้างรายได้เสริมเริ่มต้นตั้งแต่ 500-3,000 บาท โดยเป็นงานถ่ายรูปรีวิวเสื้อผ้าต่อมาวันที่ 29 มิ.ย. ผู้เสียหายสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและคนร้ายก็ล่อลวงให้ทำภารกิจทดสอบพร้อมให้ส่งเลขบัญชีธนาคารไปเพื่อรับโอนเงิน
น.ส.เอ กล่าวต่อมาคนร้ายอ้างว่าผ่านการทดสอบจึงส่งลิงก์ให้เข้ากลุ่มดิสคอร์ทก่อนจะให้ทำภารกิจเพิ่มยอดขายสินค้าแอพพลิเคชั่นสีส้มชื่อดังโดยให้โอนเงินให้คนร้ายจำนวน 13,400 บาท และทำทีเป็นสั่งซื้อสินค้าจากแอพพ์ดังกล่าวแต่ไม่ต้องชำระเงินจริง แลกกับค่านายหน้า 20% ซึ่งครั้งแรกผู้เสียหายได้รับเงินกลับมา 16,080 บาท คนร้ายจึงหลอกล่อให้ทำภารกิจต่อในจำนวนเงินที่สูงขึ้นเรื่อยๆ โดยคนร้ายอ้างว่าผู้เสียหายโอนเงินล่าช้าต้องทำภารกิจใหม่และโอนเงินเพิ่มอีกจึงจะได้รับเงินคืนทั้งหมดด้วยความหวาดหวั่นจะไม่ได้เงินคืนผู้เสียหายจึงโอนเงินไปอีกรวมทั้งสิ้น 196,079 บาท แต่ไม่ได้รับเงินคืนจึงไปแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน
น.ส.เอกล่าวอีกว่า ตนรับแจ้งว่าคดีดังกล่าวนั้นกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) สามารถทำคดีได้ทั้งหมด เพราะมีความพร้อมทั้งกำลังพลและเครื่องมือต่างๆ แต่เนื่องด้วยข้อกำหนดใหม่ทำให้ยอดความเสียหายของตนไม่เข้าหลักเกณฑ์ ทั้งๆ ที่เชื่อได้ว่า บช.สอท.จะสามารถรับคดีได้จึงเกิดความสงสัยว่าเหตุใดเจ้าหน้าที่ถึงผลักภาระกันไปมาและไม่ทราบว่าจะสามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้หรือไม่ จึงมาร้องผ่านสื่อเพื่อร้องขอความช่วยเหลือ

