สยอง กรีนพีซ ชี้ ผลกระทบ ‘ดับเบิลเอลนิโญ’ ต่อไทย อุตสาหกรรม-เกษตร-ประมง หนีไม่พ้น

6.07.23 | 16:23 น.

สยอง กรีนพีซ ชี้ ผลกระทบ ‘ดับเบิลเอลนิโญ’ ต่อไทย อุตสาหกรรม-เกษตร-ประมง หนีไม่พ้น

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม นายธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการกรีนพีซประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ มติชนออนไลน์ เรื่อง ประเทศไทยเวลานี้ที่เข้าสู่สภาวะเอลนิโญแล้วว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจะต้องเตรียมรับมือกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ทั้งภาคเกษตรและอุตสาหกรรมประมง และประชาชนทั่วไป ซึ่งสภาวะเอลนิโญจะทำให้เกิดความร้อนและแห้งแล้ง หรือที่เรียกว่า ท่วมกระจุก แล้งกระจาย ภาวะดังกล่าวเคยเกิดขึ้นกับประเทศไทยมาแล้วในปี 2525, 2540 และ 2558 นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า ภาวะซุปเปอร์เอลนิโญ ซึ่งเป็นปีที่เกิดเอลนิโญรุนแรงมาก แต่ปี 2566 ต่อเนื่องไป 2567 หากเป็น ดับเบิลเอลนิโญ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นก็จะมากขึ้นอีก เรียกว่าเป็น ทุพภิกขภัย ที่แปลว่า ภัยพิบัติที่มาจากความแห้งแล้ง และข้าวยากหมากแพงอย่างกว้างขวาง

“โดยผลกระทบที่จะมากับเอลนิโญ ก็คือ อากาศที่ร้อนขึ้น เป็นความร้อนชื้น เนื่องจากไอน้ำระเหยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ ฝนตกน้อยกว่าปกติ แห้งแล้งยาวนาน ที่ผ่านมาเมื่อเกิดเอลนิโญ พอฝนทิ้งช่วงนาน จะเกิดการรุกล้ำของน้ำเค็ม ทั้งที่ลุ่มน้ำบางปะกง และลุ่มเจ้าพระยา อาจจะลึกไปถึงบางปะอิน อาจจะต้องเสียกำลังน้ำจากเขื่อนที่ต้องปล่อยออกมาเพื่อไปผลักดันน้ำเค็มมากขึ้น ทำให้น้ำในเขื่อน ที่ต้องมีภาระสำหรับแจกจ่ายไปในส่วนต่างๆ มีมากขึ้นอีก” ผู้อำนวยการกรีนพีซ ประเทศไทยกล่าว

นายธารากล่าวว่า ต่อเนื่องกันไปนี้ เมื่อปริมาณน้ำกักเก็บในเขื่อนไม่ได้ตามความต้องการทำให้เกิดการแย่งน้ำกันขึ้นทั้งในภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม โดยเฉพาะทางภาคตะวันออกมีความต้องการน้ำหล่อเย็นปีละจำนวนมาก หรือในภาคการเกษตร หากได้น้ำไม่เพียงพอกับการเพาะปลูก จะได้ผลผลิตไม่เป็นไปตามความต้องการของตลาด หากผลผลิตลดลงส่งผลกระทบต่อจีดีพีของประเทศ

“เอลนิโญกับผลกระทบต่อทะเล เป็นเรื่องที่น่าสนใจและน่าตกใจมากๆ เพราะอุณหภูมิของน้ำที่สูงขึ้น ทำให้เกิดผลเสียตามมาหลายอย่าง เช่น เกิดแพลงตอนบลูม น้ำทะเลเปลี่ยนสี ปะการังฟอกขาวเป็นวงกว้าง การละลายของออกซิเจนในน้ำน้อยลง ปลาเล็กปลาน้อยจะตายกันจำนวนมาก ส่งผลต่อการจับปลาของชาวประมง ให้จับปลาได้น้อยลงด้วย” นายธารากล่าว

Advertisement

ผู้อำนวยการกรีนพีซ ประเทศไทย กล่าวด้วยว่า อีกเรื่องที่ต้องเผชิญแน่ๆ ก็คือ การเกิดคลื่นความร้อน คือ อุณหภูมิจะสูงขึ้น และที่ส่งผลต่อเนื่องคือ เมื่อไม่มีน้ำ มีอากาศร้อน ฝุ่นขนาดเล็ก หรือพีเอ็ม2.5 ก็จะกลับมาพีคอีกครั้ง

“หากไม่มีการติดตาม หาทางรับมือตั้งแต่ตอนนี้ ถือว่าประเทศไทยจะน่าเป็นห่วงมากๆ ซึ่งตอนนี้หลายประเทศ ต่างก็ตื่นตัวที่หันมารับมือกับสิ่งที่จะมาพร้อมกับเอลนิโญมาก เพราะแนวโน้มนั้นจะรุนแรงกว่าปีที่ผ่านมาแน่นอน” นายธารากล่าว