หน้าแรก ในประเทศ ทูตไทยเยี่ยมช...

ทูตไทยเยี่ยมชมพลายประตูผา ยืนยันสื่อศรีลังกาไม่คิดนำกลับไทย

6.07.23 | 21:39 น.

ทูตไทยเยี่ยมชมพลายประตูผา ยืนยันสื่อศรีลังกาไม่คิดนำกลับไทย

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม นายพจน์ หาญพล เอกอัคราชทูตไทยประจำศรีลังกา (ออท.) ได้เดินทางไปยังวัดพระธาตุเขี้ยวแก้ว เมืองแคนดี ตามคำเชิญของ นายปราดีป นิลานก้า เดล่า นิลาเม่ ไวยาวัจกรของวัดพระธาตุเขี้ยวแก้วซึ่งดูแลพลายประตูผา หรือ Thai Rajaa ในปัจจุบัน

โดย นายพจน์ได้แจ้งให้ นายปราดีปทราบว่า ทางการไทยมีดำริที่จะส่งเสริมความร่วมมือ กับศรีลังกาในด้านองค์ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงช้าง รวมทั้งการพัฒนาบุคลากร อาทิ สัตวแพทย์และควาญ โดยจะมีคณะผู้แทนไทยจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางมาหารือในรายละเอียดกับมหาวิทยาลัย Peradeniya ของรัฐ ที่มีคณะสัตวแพทยศาสตร์ เพียงแห่งเดียวในศรีลังกาต่อไป

หลังจากการหารือนายปราดีป และ ดร.อโศกา ดังโกลล่า หัวหน้าภาควิชา Veterinary Clinical Science ได้เชิญ ออท.ไปดูพลายประตูผา ที่วัด Suduham Pola ซึ่งอยู่ในเมืองแคนดี ห่างจากวัดพระธาตุเขี้ยวแก้วประมาณ 3 กม. พบว่า พลายประตูผา อยู่ในบริเวณลานโล่ง เป็นลานปูน และลานดิน มีเชือกกั้นอาณาเขตบริเวณที่อยู่ ล่ามโซ่ขาหน้าสองขาติดกับต้นไม้ใหญ่ สองต้น และล่ามโซ่ขาหลัง 1 ขา จากการสังเกต พบว่า โซ่ขาหลังไม่ได้ตึงมากนัก มีระยะผ่อนได้ จากการที่ช้างพลายประตูผาสามารถขยับตัวได้ในระดับหนึ่ง และสามารถยืนในท่าทางธรรมชาติได้ ไม่ได้ถูกดึงรั้งจนเกินไป

พลายประตูผาอยู่ในช่วงตกมัน แต่ยังสามารถกินอาหาร ได้แก่ ใบปาล์ม kithul หญ้า อ้อย ได้ตามปกติ ในช่วง กว่า 30 นาที ที่สังเกตอาการ แม้มีผู้คนมากมาย พลายประตูผาไม่ได้แสดงอาการดุดัน และควาญประจำตัว ป้อนอาหารในระยะปลอดภัยตามปกติ

Advertisement

นายพจน์ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนศรีลังกาว่า ทางการไทยมิได้มีความประสงค์ที่จะนำช้างพลายประตูผากลับประเทศไทย เป็นที่ทราบกันดีว่า ภารกิจ (การส่งมุธุราชาไปรักษาอาการป่วยที่ประเทศไทย) ได้สร้างความตระหนักรู้อย่างยั่งยืนในเรื่องสิทธิ การเลี้ยงดูและดูแลรักษาช้างและสัตว์ประเภทอื่นๆ ให้ดียิ่งขึ้นในทั้งสองประเทศ ซึ่งจากนี้ไป เราคงจะต้องเน้นเรื่องการความร่วมมือในการทำงานร่วมกันสำหรับอนาคต