เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สพฐ.ตร. ปฏิบัติราชการ บช.สอท. พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ ผบก.สอท.2 พล.ต.ต.ชูศักดิ์ ขนาดนิด ผบก.ตอท. พ.ต.อ.สุวัฒชัย ศรีทองสุข ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.2 นายวิวัฒน์ กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจอมตะ ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมผู้ต้องหาตามยุทธการ “ปฏิบัติการยุบวงจร หลอกลงทุนกลุ่มอมตะ” หลังมีเหยื่อถูกหลอกเข้าร่วมลงทุนเกือบ 200 ราย สร้างความเสียหายกว่า 25 ล้านบาท
พล.ต.ท.วรวัฒน์กล่าวว่า สืบเนื่องจากปรากฏข้อมูลในระบบแจ้งความออนไลน์ ภายใน 1 เดือนมีผู้เสียหายแจ้งความผ่านระบบออนไลน์มากว่า 185 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 25 ล้านบาท จึงสั่งการให้ชุดสืบสวน บก.สอท.2 ดำเนินการสืบสวนสอบสวน และเข้าจับกุมผู้ต้องหาเพื่อยับยั้งเพจต่างๆ ที่หลอกลวงให้ลงทุน โดยจากการที่ชุดทำงานซึ่งมี พ.ต.อ.สุวัฒชัยสืบสวน พบว่า รูปแบบของการหลอกลงทุนออนไลน์ในปัจจุบัน คนร้ายจะใช้เรื่องที่อยู่ในกระแสมาหลอกให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ ก่อนหน้านี้กลุ่มอมตะมีกระแสมาจากการบริจาคทรัพย์สิน 2 หมื่นล้าน จึงเป็นที่ถูกพูดถึงทำให้คนร้ายนำชื่อบริษัทมาใช้แอบอ้างในการก่อเหตุ
พล.ต.ท.วรวัฒน์กล่าวอีกว่า ในส่วนวิธีการจะเป็นการสร้างเพจเฟซบุ๊กขึ้นมา 3-4 เพจ ใช้ชื่อแตกต่างกันไปแล้วติดต่อผู้เสียหายเพื่อโฆษณาชวนเชื่อชักชวนให้มาลงทุน โดยมีภาพคุณวิกรม กรมดิษฐ์ กรรมการผู้จัดการและกรรมการกลุ่มบริษัทอมตะ ทำให้ดูน่าเชื่อถือ เมื่อผู้เสียหายสนใจก็จะให้แอดไลน์แล้วอ้างตัวเป็นโบรกเกอร์ พูดคุยชวนเปิดพอร์ตลงทุนระยะสั้นได้ผลตอบแทนสูงผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีม้า ซึ่งช่วงแรกก็ได้รับเงินปันผลจริงพอผ่านไป 2-3 ครั้ง เมื่อลงทุนด้วยวงเงินมากขึ้นก็จะติดต่อไม่ได้อีก หรือถ้าต้องการจะถอนเงินลงทุนและเงินปันผลออกมา คนร้ายจะอ้างว่าต้องโอนเงินเข้าไปเพิ่มก่อนเป็นค่าธรรมเนียม ทั้งนี้ มีผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความ 185 คน รวมมูลค่ากว่า 25.9 ล้านบาท
ผบช.สอท.กล่าวว่า จากการสืบสวนสอบสวนพบผู้ที่เกี่ยวข้องในการกระทำความผิดจำนวนหลายรายจึงขออนุมัติศาลออกหมายจับข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและนำข้อมูลส่วนบุคคลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งขยายผลจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 9 ราย ซึ่งมีความเชื่อมโยงในการกระทำความผิดในรูปแบบเดียวกันหลายคดี นอกจากนี้ มีผู้ต้องหาที่หลบหนีออกนอกประเทศอยู่ระหว่างการติดตามตัวอีก 2 ราย ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลอนุมัติออกหมายจับ
นายวิวัฒน์เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัทอมตะมีนโยบายการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์เพียงเท่านั้น คนที่ขายก็ต้องเป็นโบรกเกอร์ที่ได้รับการรับรองตามกฎหมายและได้รับการรับรองโดยตลาดหลักทรัพย์ และผลตอบแทนไม่ได้สูงเท่ากับที่กลุ่มมิจฉาชีพโฆษณา ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นทางบริษัทก็เสียหายด้วยเช่นกันและไม่ได้นิ่งนอนใจ พร้อมฝากถึงนักลงทุนว่า หากจะลงทุนผ่านบริษัทใดให้ติดต่อไปยังบริษัทนั้นโดยตรงเพื่อสอบถามก่อน
ตัวแทนผู้เสียหายรายหนึ่งเปิดเผยว่า หลังจากที่แอดไลน์ไปจะมีคนทักมาแนะนำตัวว่าเป็นเลขาของผู้บริหารบริษัท และแนะนำว่าให้เริ่มต้นลงทุนแค่ 1 พันบาท จะได้รับเงินตอบแทนสูงถึง 3% ภายใน 1 สัปดาห์ แต่ผ่านไปไม่กี่วันก็ทักกลับมาว่าได้เงินปันผลแล้ว แต่ยังไม่สามารถถอนได้เพราะยอดฝากยังไม่ถึงขอให้โอนเงินเพิ่มมาอีก 3 พันบาทพอโอนเพิ่มไปเรื่อยๆ มิจฉาชีพก็จะบอกว่าต้องโอนเพิ่มให้ถึงหลักแสนถึงจะถอนเงินได้ จึงรู้ว่าถูกหลอกจึงเข้าแจ้งความในเวลาต่อมา ทั้งนี้ ตอนแรกก็ยังถามไปว่าหุ้นตัวนี้มีอยู่ในตลาดหลักทรัพย์อยู่แล้วทำไมต้องมาเล่นทางนี้ มิจฉาชีพบอกว่าเป็นตัวใหม่ลงทุนระยะสั้นได้ผลตอบแทนสูงซึ่งตนเล่นหุ้นมานานกว่า 15 ปี มั่นใจว่ามีความรู้และเชี่ยวชาญในระดับหนึ่งยังตกเป็นเหยื่อได้ เพราะลักษณะการพูดคุยของมิจฉาชีพกลุ่มนี้ค่อนข้างดูมีความรู้เกี่ยวกับการเทรดหุ้น ซึ่งตนคิดว่ามิจฉาชีพอาจจะเคยเป็นโบรกเกอร์มาก่อน

