‘อัจฉริยะ’พาตำรวจชลบุรีเกือบ 10 นาย แจ้งความ ปปป.เอาผิดรอง สว.จร.นายหนึ่ง ‘ปม’ รีดเว็บพนัน

10.07.23 | 16:20 น.

“อัจฉริยะ” พาตำรวจชลบุรีเกือบ 10 นาย แจ้งความเอาผิดรองสารวัตรจราจร ระบุทำพยานหลักฐานเท็จ กรณีการเข้าตรวจค้นเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา ด้าน ผบช.ไซเบอร์ ตั้งแง่ “ปม” รองตุ้ม ถ้ากระทำความผิดคงไม่เรียกมาคุยสถานที่ราชการ


เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พาตำรวจสังกัด บก.ภ.จว.ชลบุรี 10 นาย เข้าพบ พ.ต.ท.จตุภูมิ รักษาภักดี รองผู้กำกับการ 4 กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (รอง ผกก.4 ปปป.) และ ร.ต.อ.กิตติธัช เทียนแก้ว รองสารวัตรสอบสวน กองกำกับการ 2 กองปราบปราม (รอง สว.(สอบสวน) กก.2.บก.ป.) เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างหลักฐานเท็จให้ต้องถูกดำเนินคดีจากการปฏิบัติหน้าที่จับกุมเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์

นายอัจฉริยะกล่าวว่า มาแจ้งทั้งหมด 3 คดี โดยคดีแรก เป็นการแจ้งเอาผิด ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) กับพวกที่เกี่ยวข้องกับกรณีที่มีการนำภาพกล้องวงจรปิดที่บันทึกไว้ในวันที่ตนเดินทางไป กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ซึ่งอยู่ในอาคารเดียวกัน ไปให้ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งนำไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

ทั้งนี้ ก็เพื่อให้สังคมเกิดความสับสนเข้าใจว่าตนเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับรีดเงินเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ 140 ล้านบาท ยืนยันว่าไม่เคยเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง อีกทั้งวันที่เดินทางไปก็เป็นคนละวันกันกับที่มีการนัดพูดคุย ซึ่งสาเหตุที่ตนเดินทางไป บช.สอท. นั้นก็เพื่อไปติดตามความคืบหน้าคดีดารา พ. ที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ ส่วนภาพจะหลุดไปได้อย่างไรนั้นต้องถาม ผบช.สตม. เพราะเป็นผู้ครอบครองวงจรปิด ซึ่งเจ้าตัวจะต้องชี้แจงว่าใครเป็นผู้นำไปให้ผู้สื่อข่าวทีวีช่องดังนำไปเผยแพร่

Advertisement

นายอัจฉริยะกล่าวว่า ส่วนคดีที่สอง เป็นการแจ้งเอาผิด ร.ต.อ.ชยุต ตำแหน่งรองสารวัตร ในข้อหาปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม, ให้การเท็จต่อเจ้าพนักงาน เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ 157 และกลั่นแกล้งผู้อื่นให้รับโทษอาญา หลังจากพบว่า ร.ต.อ.ชยุต เป็นคนสร้างพยานหลักฐานเท็จเกี่ยวกับเรื่องการเรียกสินบนเว็บพนันออนไลน์ของนายตำรวจระดับรองผู้การจังหวัดชลบุรี จำนวน 2 แสนบาท เพื่อแลกกับการไม่ขยายผลต่อ

จนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 10 นายที่มาพร้อมกับตนในวันนี้ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมต้องถูกดำเนินคดี ทั้งที่พวกเขาปฏิบัติหน้าที่เข้าจับกุมตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาและไม่ได้เกี่ยวกับการเรียกรับเงินแต่อย่างใด

“ส่วนเรื่องที่ 3 เป็นการร้องทุกข์กล่าวโทษผู้การชลบุรี ซึ่งเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องกับเรื่องที่ 2 เกี่ยวกับการเรียกรับเงินสินบน 2แสนบาท จากเว็บพนันเครื่อข่ายรองผู้การชลบุรี แต่กลับโยนความผิดให้ลูกน้องต้องถูกดำเนินคดี” นายอัจฉริยะกล่าว

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำผู้ร้องทุกข์ไว้ เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาควบคู่กับพยานหลักฐานต่างๆ ก่อนส่งให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป

พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา

วันเดียวกัน ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท.กล่าว กรณี พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ชุดทำงาน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ถูกนายอัจฉริยะ เรืองรัตน์พงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พาดพิงว่าเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือ นายบอย หนึ่งในผู้ต้องหาคดีเรียกทรัพย์สินเครื่อขายเว็บการพนัน 140 ล้านบาท ที่จังหวัดชลบุรี ก่อนจะชี้แจงต่อสื่อมวลชนว่าภาพที่ปรากฏนั่งคุยกับนายบอย ในประเด็นเรื่องการเตรียมการหลบหนีนั้น ภาพดังกล่าวเป็นภาพจริง แต่เป็นเหตุการณ์ในวันที่ 9 มิ.ย.66 ถ่ายโดย พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือรองตุ้ม เป็นคนถ่าย พร้อมภาพวงจรปิด เวลา 10.04 น. และมีการพูดคุยกัน ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท.กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวยังไม่ทราบว่ามีการพูดคุยอะไรกันบ้าง แต่สถานที่นี้เป็นสถานที่ราชการมีกล้องวงจรปิดอยู่หลายจุด ซึ่งหากจะมีการกระทำความผิดก็คงไม่เรียกมาพูดคุยที่แห่งนี่ซึ่งเป็นที่ราชการ ก็คงเรียกไปพูดคุยกันที่อื่น เมื่อสอบถามไปถึงรองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี คนที่ถูกพาดพิงก็ชี้แจงว่าไม่ได้พูดคุยกันเรื่องของการให้ความช่วยเหลือในการหลบหนีแต่เป็นการพูดคุยในเรื่องอื่น นอกจากนี้ ยังยืนยันว่าทางตำรวจไซเบอร์ให้การสนับสนุนตำรวจหลายหน่วยงานในลักษณะการเข้าตรวจสอบเกี่ยวกับเครือข่ายเว็บการพนันมาโดยตลอด และไม่มีความเกี่ยวข้องในการเรียกรับสินบนในครั้งนี้แต่อย่างใด