กรณี ที่มีไอ้โม่ง ย่องเข้ามาขโมย ดาวอินเดีย มูลค่าตัวละ 1,000-2,000 บาท จำนวน 62 ตัว และ เต่าดาวรัศมี หรือ เต่าเรคิเอต้า อีก 3 ตัว รวมมูลค่ากว่า 150,000 บาท ที่ สถานีเพาะเลี้ยงนกน้ำบางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ภายใต้การดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) โดยที่ ผู้ร้าย ไม่แตะต้องเต่ายูนิฟอร่า ซึ่งเป็นเต่าหายากและมีราคาตัวละ ตัวละ 1-2 ล้านบาทซึ่งอยู่ใกล้เคียงกันเลย และครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 2 ที่เคยเกิดเหตุการณ์ทำนองนี้ โดยครั้งแรก เกิดขึ้นเมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา มีเต่าหายไปประมาณ 80 ตัว มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท นั้น
เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.สหัส โหรวิชิต พ.ต.อ.ฐิตวัฒน์ สุริยะฉาย รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรีลงพื้นที่เข้าร่วมประชุมกับ พ.ต.ท.สุทิน นิลแย้ม รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ศรีราชา พ.ต.ต.เทียนชัย เนื่องจำนงค์ สารวัตรเวร สภ.ศรีราชา เจ้าของคดี กรณีที่มีคนร้ายบุกเข้าไปในสถานีเพาะเลี้ยงนกน้ำบางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พร้อมลักขโมยเต่าดาวรัศมี จำนวน 3 ตัว และเต่าดาวอินเดีย จำนวน 62 ตัว รวมมูลค่าประมาณ 3 แสนบาท ซึ่งเป็นของกลาง
รายงานระบุว่า จากภาพวงจรปิดได้บันทึกเวลาที่คนร้าย 1 คนได้เข้าไปขโมยเต่าใส่ถุงเป็นช่วงเวลา 03.30-04.00 น.วันที่ 24 ธันวาคม คาดว่ายังมีคนร้ายอีก 1 คนคอยดูต้นทาง หลังจากนั้นได้หลบหนีไป หลังจากการประชุม พ.ต.อ.สหัส โหรวิชิต รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรีกล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนสอบสวนลงพื้นที่ในการติดตามตัวคนร้าย โดยใช้เบาะแสจากกล้องวงจรปิดที่อยู่รอบๆ บริเวณที่เกิดเหตุ นอกจากนี้ได้ให้ตำรวจชุดพิสูจน์หลักฐานเก็บรอยนิ้วมือแฝงและหลักฐานในที่เกิดเหตุ คาดว่าการขโมยเต่าในครั้งนี้น่าจะมีใบสั่ง อย่างไรก็ตามขอเวลาตำรวจทำงานสักระยะหนึ่ง

นายอดิศร นุชดำรงค์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังเรียกเจ้าหน้าที่ของสถานีมาสอบปากคำรายคน ภายหลังจากสอบนายเผด็จ ลายทอง หัวหน้าสถานีไปแล้ว มีข้อมูลเพิ่มเติมหลายอย่างที่น่าสนใจ และมั่นใจว่า เรื่องที่เกิดขึ้นนั้นมาจากการกระทำของคนภายใน
“ผมได้รับแจ้งว่า กล้องวงจรปิดแม้จะเห็นไอ้โม่งคลุมหน้าใส่ถุงมือป้องกันลายนิ้วมือ แต่สามารถมองเห็นรอยสัก ที่คนร้ายนุ่งกางเกงขาสั้นได้เลย หากเป็นเช่นนั้นจริง คิดว่าเร็วๆนี้ก็น่าจะจับคนร้ายได้แน่ๆ ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่ เพราะเรื่องเดิม ที่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน ผลการสอบเพิ่งจะเสร็จ อธิบดีกรมอุทยานฯยังไม่ทันสั่งการอะไรเลย ขโมยกลับมารอบสองอีกแล้ว คราวนี้เตรียมตัวมาดี แต่ไม่รู้ทำไมเอาแต่เต่าราคาถูกไป ตัวละล้านกว่ามีไม่เอา หรือมันอาจจะไม่รู้ก็ได้ อันนี้ต้องรอดูการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ”นายอดิศร กล่าว
รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯกล่าวว่า ภายหลังจากที่เกิดเหตุเต่าถูกขโมยเมื่อเดือนเมษายน นั้น ทางสถานีเพาะเลี้ยงนกน้ำบางพระได้มีการปรับปรุงพื้นที่ มีรั้วรอบขอบชิดมากขึ้นกว่าที่ผ่านมามาก กำลังจะมีการทำกรงล้อมรั้วอีกชั้นหนึ่ง แต่ยังไม่ได้ทำมาเกิดเรื่องเสียก่อน อีกประการคือ ให้เจ้าหน้าที่ไปทำกรงใหม่สำหรับเป็นที่อยู่ของลิงมาโมเสท ลิงพันธุ์หายากให้เสร็จก่อน แต่หลังจากเกิดเรื่องนี้ขึ้นมาอีกทางสถานีก็คงต้องคิดหนัก ต่อไปคงไม่ปล่อยให้คนทั่วไปเดินเข้าออกสถานีได้อย่างอิสระอีกแล้ว จนกว่าจะหาคนทำผิดได้ ต้องมีการเข้มงวดมากยิ่งขึ้น เพราะเท่าที่ฟังรายงานมา เห็นว่า ภายในมีเรื่องที่เป็นปมขัดแย้งต่างๆมากมาย แม้ก่อนหน้านี้ จะมีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าสถานีมาแล้ว โดยนายเผด็จ ก็เพิ่งจะย้ายมาประจำการที่นี่ ซึ่งค่อนข้างจะสร้างระบบเอาไว้ดีกว่าก่อนมาก แต่ก็ยังเกิดเรื่องขึ้นมาอีก ในส่วนของกรมอุทยานฯก็คงต้องตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงก่อน หลังจากนั้นจึงสั่งการอีกทีว่าจะทำอย่างไรกับคนที่เกี่ยวข้อง
“ส่วนคนร้ายที่ขโมยเต่าไปเมื่อเดือนเมษายน เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถติดตามจับกุมได้ เนื่องจากคนร้ายไม่ทิ้งร่อยรอยใดๆ ไว้ทั้งสิ้น และไม่มีกล้องวงจรปิดทำให้ยากต่อการจับตัวคนร้าย ซึ่งกรมอุทยานฯ ได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนทุกอย่าง รวมทั้งเรื่องเจ้าหน้าที่ของสถานีฯ ที่ได้ขอลาออกไปภายหลังเดือนเมษายน ที่เกิดเหตุประมาณ 7-8 คน โดยจากนี้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสอบสวนต่อไป”นายอดิศร กล่าว

