จากกรณีการดำเนินคดีกับกลุ่มแฟนบอลกลุ่มหนึ่งที่จุดพลุควัน หรือพลุแฟลร์ภายในสนามราชมังคลากีฬาสถาน ในการแข่งขันฟุตบอลนัดชิงชนะเลิศ ศึกซูซูกิคัพ ระหว่างทีมชาติไทยกับทีมชาติอินโดนีเซีย เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยขณะนี้สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุรวม 4 ราย และสอบปากคำไปกว่า 20 ปาก
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 26 ธันวาคม พ.ต.ท.นพพร ศรีสุชาติ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.หัวหมาก เปิดเผยว่า สำหรับการออกหมายเรียก 14 คน ที่เป็นผู้ซื้อพลุแฟลร์จากนายวรพล เสือสกุล อายุ 38 ปี เบื้องต้นได้เข้ามาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนแล้ว 4 คน ส่วนใหญ่ให้การว่าซื้อพลุแฟลร์มาจริง แต่ไม่ได้นำไปจุดระหว่างการแข่งขันในสนาม ซึ่งทางพนักงานสอบสวนยังไม่ปักใจเชื่อเพราะต้องนำข้อมูลไปวิเคราะห์ตามพยานหลักฐานอื่นๆ ส่วนอีก 10 คนที่เหลือยังไม่ได้รับการติดต่อว่าจะเดินทางเข้ามาให้ข้อมูลแต่อย่างใด ส่วนความคืบหน้าอื่นทาง พ.ต.อ.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผกก.สน.หัวหมาก จะเรียกประชุมชุดคลี่คลายคดีในช่วงบ่ายวันนี้
ต่อมาเมื่อเวลา 15.30 น. พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 กล่าวว่า ความคืบหน้าขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัวผู้กระทำผิดที่ได้ออกหมายจับไป ซึ่งคณะทำงานอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้มีการทำงานอย่างต่อเนื่องและเรียกพยานมาให้ข้อมูล โดยต้องใช้เวลาพอสมควร ในตอนนี้ยังไม่มีการออกหมายจับเพิ่มแต่อย่างใด ส่วนกรณีที่ต้องมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมหรือไม่นั้น ต้องรอให้ทางการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) มาแจ้งว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นอย่างไรบ้าง ส่วนที่เสียหายกับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยทาง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายของสมาคมฯ เป็นผู้ดำเนินการในกรณีดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายผู้กระทำผิดเองสามารถเข้าให้ข้อมูลกับทางพนักงานสอบสวนได้ แต่ถ้ายังคงนิ่งเฉยอยู่และสามารถรวบรวมพยานหลักฐานได้ก็จะมีการออกหมายจับ โดยผู้กระทำผิดยืนยันว่าไม่ใช่อาชญากรแค่ทำผิดในกฎระเบียบที่ห้ามขึ้นมาเท่านั้น
ด้าน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ให้สัมภาษณ์ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า การดำเนินคดีต้องให้ความเป็นธรรม แม้แกนนำกลุ่มกองเชียร์ที่นำจุดพลุจะอ้างว่าเจตนาเชียร์ฟุตบอลไม่ต้องการทำให้เสียหาย แต่ตำรวจก็ต้องดูว่าการจุดพลุโดยปิดบังอำพรางใบหน้าส่อเจตนาอย่างไร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้ว 4 คน ประกอบด้วยคนขายพลุ 1 คน แกนนำ 1 คน และคนจุดพลุอีก 2 คน สรุปล่าสุดขณะมีการออกหมายจับรวมทั้งสิ้น 12 คน และหมายเรียก 14 หมาย

