คึกคัก นักเรียนประถม ฤทธิยะวรรณาลัย แต่งชุดอิสระไปเรียนวันแรก หลังกทม.มีประกาศ

13.07.23 | 09:01 น.
ภาพจาก กรุงเทพมหานคร

คึกคัก นักเรียนประถม ฤทธิยะวรรณาลัย แต่งชุดอิสระไปเรียนวันแรก หลังกทม.มีประกาศ

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา เฟซบุ๊กของ กรุงเทพมหานคร ได้โพสต์เฟซบุ๊ก อ้างเพจ หวังสร้างเมือง โดยเล่าเรื่องราวของโรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย (ประถม) ที่ใส่ชุดอิสระไปโรงเรียนเป็นวันแรก โดยมีเนื้อหาว่า

“12 กค. 66 (วันนี้) คือวันสำคัญของโรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย (ประถม) เขตสายไหม โรงเรียนในสังกัด กทม. เพราะเป็นวันแรกของการใส่ชุดอิสระไปโรงเรียนของน้องๆชั้นประถม ผลลัพธ์จากการประชุมร่วมกันของครู ผู้ปกครอง และนักเรียน

หลังจากประกาศกรุงเทพมหานครเรื่องทรงผมและเครื่องแต่งกายอิสระไปเมื่อ 23 มิถุนายน 2566 โรงเรียนแต่ละโรงเรียนในสังกัดกทม.ก็ได้จัดประชุมเพื่อออกแนวทางร่วม
โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย (ประถม) จัดประชุม 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 28 มิย. และ 3 กค. ประกอบด้วยผู้บริหาร รร และครหัวหน้าสายชั้น จำนวน 12 คน, เครือข่ายผู้ปกครอง 127 คน, ตัวแทนนักเรียนชั้นป.4-6 จำนวน 30 คน โดยใช้การแบ่งกลุ่มเพื่อหาแนวทางร่วมมีสัดส่วนของ ครู ผู้ปกครอง และนักเรียน แลกเปลี่ยนกัน ได้ข้อสรุปว่า
การแต่งกายนักเรียน แต่งกายด้วยชุดใดก็ได้ (สุภาพ) ทุกวันพุธ เริ่มวันพุธที่ 12 กรกฎาคม 2566 เป็นต้นไป หากนักเรียนประสงค์สวมชุดนักเรียน ชุดพละ ก็ได้

ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม
รองเท้า ควรเป็นรองเท้าสุภาพ หุ้มส้นหรือรัดส้น และมีความปลอดภัยขณะสวมใส่
นักเรียนหญิงควรสวมกระโปรงคลุมเข่า
ไม่อนุญาตให้นักเรียนแต่งหน้า
กรณีนักเรียนอนุบาล และระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 ควรมีป้ายชื่อนักเรียนด้วย
นักเรียนสามารถสวมเครื่องประดับได้ แต่หากเกิดการสูญหายทางโรงเรียนจะไม่รับผิดชอบไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น
นักเรียนสามารถแต่งกายตามเพศวิถีของนักเรียน

Advertisement

ทรงผมนักเรียนหญิง สามารถไว้ทรงผมได้อย่างอิสระบนพื้นฐานและสุขอนามัยที่ดี สะอาด เช่น ถักเปียเดียว ถักเปียสองข้าง รวบผม ผูกโบว์สีตามสายชั้น
ทรงผมนักเรียนชาย สามารถไว้ทรงผมได้อย่างอิสระบนพื้นฐานและสุขอนามัยที่ดี เช่น รองทรงสูง รองทรงต่ำ ทรงนักเรียน

ให้มีการประเมินในวันที่ 29 กันยายน 2566 โรงเรียนทำแบบประเมินการแต่งกายชุดไปรเวทและทรงผมเพื่อนำผลการประเมินไปปรับปรุงแก้ไขแนวทางการปฏิบัติ รายละเอียดดังนี้
กรณีมีผลการประเมินในระดับดี โรงเรียนจะดำเนินการตามแนวทางที่ได้ประกาศเรื่องการแต่งกายและทรงผมต่อไป
กรณีมีผลการประเมินในระดับต่ำ โรงเรียนจะดำเนินการแก้ไขและดำเนินการตามความคิดเห็น และข้อเสนอแนะของผู้ปกครอง เพื่อเป็นการพัฒนาแนวทางปฏิบัติ เรื่องการแต่งกายและทรงผมของนักเรียนให้ ดีขึ้นต่อไป”

—–

หัวใจของประกาศนี้ คือการมีส่วนร่วมให้ผู้ปกครอง นักเรียน และคุณครู ผู้บริหารสถานศึกษาได้หารือร่วมกัน การมีส่วนร่วมนี้คือรากฐานของการสร้างการเรียนรู้ ส่งเสริมสิทธิเสรีภาพพื้นฐาน แน่นอนยังมีอีกหลายโรงเรียนที่ดำเนินการอยู่ ปิดภาคเรียนช่วงกันยายน เรามาสรุปถอดบทเรียนกันอีกครั้ง ให้โรงเรียนคือพื้นที่เรียนรู้ พื้นที่ปลอดภัยของทุกคน