เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ต.อ.ศุภรฐโชติ จำหงษ์ ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.1 พ.ต.ท.สุรพล เห็มไธสง สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.1 จับกุม น.ส.สมฤทัย (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”

สืบเนื่องจากผู้ต้องหาใช้บัญชีเฟซบุ๊กสร้างโปรไฟล์ให้มีความน่าเชื่อถือเข้าคุยชักชวนให้ผู้เสียหายร่วมลงทุนเทรดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศผ่านทางแพลตฟอร์มชื่อ C.P.GROUP (https://www.cp-group.cc) อ้างว่าได้กำไรดีและเพื่อจะติดต่อส่งข้อมูลกันได้สะดวกขึ้นต่อมาคนร้ายเปลี่ยนช่องทางการสื่อสารผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ ผู้เสียหายมีความน่าสนใจหลงเชื่อร่วมลงทุนผ่านแพลตฟอร์มดังกล่าวโดยโอนเงินไปร่วมลงทุนเข้าบัญชีคนร้าย จำนวน 1,196,999 บาท ภายหลังไม่สามารถถอนเงินออกจากระบบได้จึงเชื่อว่าถูกหลอก ต่อมาสืบสวนทราบว่า น.ส.สมฤทัย หลบหนีมาพักอาศัยอยู่อพาร์ตเมนต์ย่านบางบอน กทม.จึงประสานให้บิดานำเข้ามามอบตัวที่ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.1 และนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.สอท.1 ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
พ.ต.อ.ศุภรฐโชติเปิดเผยว่าตรวจสอบพบว่า น.ส.สมฤทัย มีหมายจับติดตัวค้างเก่าที่มีผลบังคับใช้อีก 2 หมายจับ คือศาลจังหวัดระนอง ว่ากระทำผิดฐาน “สนับสนุนผู้อื่นให้ฉ้อโกงประชาชน และสนับสนุนผู้อื่นให้นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” และหมายจับ ศาลจังหวัดระนอง กระทำผิดฐาน “เป็นผู้สนับสนุนฉ้อโกง” รวมทั้งหมดเ 3 หมายจับ และเมื่อนำชื่อ น.ส.สมฤทัย ตรวจสอบในระบบ Blacklistseller.com (https://www.blacklistseller.com/) ซึ่งเป็นเว็บไซต์ตรวจสอบคนโกง เช็กบัญชีมิจฉาชีพ รู้ทันกลโกง พบว่า น.ส.สมฤทัย มีชื่อเป็นบุคคลเฝ้าระวัง เป็นมิจฉาชีพ เป็นผู้ที่หลอกขายสินค้า หลอกให้โอนเงิน โกงเงิน โกงการส่งสินค้า หลายรายการ และตรวจสอบในระบบแจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบอีกว่ามีความเชื่อมโยงในระบบแจ้งความออนไลน์ 9 CaseID พบผู้เสียหายจำนวนมาก

