นักข่าวสาวช่องดัง โร่แจ้งตำรวจไซเบอร์ถูกแฮกบัตรเครดิตเกือบ 5 แสนบาท
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 14 กรกฎาคม ที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 (บก.สอท.1) ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กทม. นางสาวปรินดา คุ้มธรรมพินิจ หรือตูน ผู้ประกาศข่าว รายการเรื่องเด่นเย็นนี้ ช่อง 3 เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.1 ให้ดำเนินคดีกับคนร้าย หลังถูกแฮกบัตรเครดิตนำไปเกือบ 5 แสนบาท
นางสาวปรินดากล่าวว่า ใช้บัตรเครดิต โดยจะตั้งให้มี SMS เตือนเวลามียอดการใช้จ่ายในวงเงินตั้งแต่ 1000 บาทขึ้นไป ที่ผ่านมาก็มี SMS เตือนทุกครั้ง ทำให้วางใจกับระบบที่มีการแจ้งเตือนในการใช้จ่ายแต่ละครั้ง กระทั่งคืนวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีข้อความแจ้งเข้ามาว่า มียอดรายการการใช้จ่ายจำนวน 24,000 บาท พยายามจะตัดยอดในบัตรเครดิต แต่วงเงินเต็ม จึงดำเนินการไม่สำเร็จ จึงรู้ว่าเริ่มมีอะไรที่ผิดปกติ เพราะตอนนั้นคิดว่าวงเงินไม่น่าจะเต็ม เพราะตัวเองไม่น่าจะใช้เงินเยอะขนาดนั้น พอลิงก์เข้าในระบบแอพพ์ พบว่ามีการตัดยอดบัตรเครดิต สลับกับยอดที่ตนเองใช้หลายรายการ เช่นเวลาไปใช้บัตรที่ไหนก็จะมียอดที่เราใช้แจ้งเตือน แต่กลับมียอดที่ตนไม่ได้ใช้แต่ถูกหักออกไปจากบัตรด้วย แต่ไม่มีการแจ้งเตือน

ล่าสุดในวันที่ 10 กรกฎาคม ได้ใช้บัตรรูดจ่ายค่าอาหารจำนวน 1,800 บาท และจะเช็กทุกครั้งเวลามีข้อความส่งการตัดยอดบัตร ถ้าตรงกับยอดที่เราจ่ายก็จะเซ็น แต่ปัญหาคือหลังยอดที่เราจ่ายไป ก็จะมียอดตัดออกไปอีกหลายครั้งและจะเป็นแบบนี้ทุกครั้ง แต่ไม่มีการแจ้งเตือน มีแต่ยอด 24,000 บาท ที่มิจฉาชีพพยายามจะตัดบัตรซึ่งวงเงินเต็ม 5 แสน ซึ่งเท่าที่ทราบมีการตัดยอดตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักหมื่น เริ่มตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน-วันที่ 12 กรกฎาคม รวมกว่า 50 รายการ รวมเป็นเงินเกือบ 5 แสนบาท
ด้าน พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.1 เปิดเผยว่า สำหรับเคสนี้เป็นเคสที่น่าสนใจคือ ขณะที่ผู้เสียหายใช้บัตรในการทำรายการ จะมีข้อความแจ้งเตือนแต่ในขณะที่มิจฉาชีพใช้แฮกข้อมูลบัตรไปใช้จะไม่มีการส่งข้อความแจ้งเตือนในการทำรายการในแต่ละครั้งที่ใช้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าแต่ละครั้งที่มิจฉาชีพแฮกการใช้บัตรเครดิตนำไปซื้อเกมออนไลน์ อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้ทางชุดสืบสวนนำเครื่องมือวิเคราะห์พิเศษมาใช้ ซึ่งเคสแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนักในคดีภัยออนไลน์ ซึ่งได้ตั้งข้อสังเกตว่าเพราะเหตุใดตอนที่ผู้เสียหายใช้บัตรจะมีข้อความการใช้แจ้งให้ทราบ แต่เวลามิจฉาชีพใช้เหตุใดจึงไม่มีข้อความแจ้งให้ทราบ
ซึ่งจะได้ประสานข้อมูลจากธนาคาร เพื่อรวมรวบพยานหลักฐานในการติดตามคนร้าย โดยในการกระทำดังกล่าวเป็นความผิด “พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 และ ป.อาญา เรื่องการใช้บัตรเครดิตผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต”


