เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. พ.ต.อ.ศราวุธ จันต๊ะวงค์ ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.สรศักดิ์ แสงจันทร์ สว.กก.2 บก.ป. ร.ต.อ.ภูวดล เปรมปรีวรรณ รอง สว.กก.2 บก.ป. ร.ต.อ.นนทพัทธ์ กาวซู รอง สว.(สอบสวน) กก.2 บก.ป. จ.ส.ต.ณัทกร ศิรบัญชากุล จ.ส.ต.ปฐมพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ส.ต.อ.ธีระวัฒน์ หาญประโคน ผบ.หมู่ กก.2 บก.ป. ร่วมกันจับกุมนายปัญญา (สงวนนามสกุล) อายุ 58 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสว่างแดนดิน โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน, ซ่องโจร” ได้ที่ริมถนนซอยอ่อนนุช 10 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร
สืบเนื่องจากผู้เสียหายเข้าแจ้งกับความว่าเมื่อช่วงเมษายน 2561 มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ มิสเตอร์ฟินลิป มอร์แกน ทักเพื่อขอเป็นเพื่อนกับผู้เสียหายหลายราย และเมื่อมีผู้รับเป็นเพื่อนก็จะทักทายพูดคุยกันเรื่อยมาโดยอ้างว่าเป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ชั้นนายพลชาวอเมริกา และหลอกให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและหลงรักก่อนหลอกล่อให้โอนเงินเข้าหลายบัญชี โดยหนึ่งในนั้นมีบัญชีของนายปัญญา รวมเป็นเงิน 200,000 บาท หลังจากเกิดเรื่องคดีความผู้ต้องหาย้ายที่พักอาศัยอยู่ตลอดเพื่อหลบหนีการจับกุม ต่อมาสืบทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีมาอยู่บริเวณซอยอ่อนนุช 10 เขตสวนหลวง จึงจับกุม สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้นรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าหลังถูกออกจากราชการก็รับจ้างทั่วไป เมื่อรายได้ไม่พอใช้จ่ายในครอบครัว จึงไปกู้ยืมเงินจากเจ๊รัตน์ ประมาณปลายปี 2560 ก่อนที่เจ๊รัตน์มาขอให้ช่วยเปิดบัญชีธนาคารให้โดยอ้างว่าตนไม่ทราบว่านำไปใช้ทำอะไร ด้วยความที่อยากตอบแทนที่เจ๊รัตน์เคยช่วยช่วงที่ลำบากจึงยอมเปิดบัญชีให้ กระทั่งมาถูกจับกุมจึงนำตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เจริญศิลป์ จ.สกลนคร ดำเนินคดีต่อไป ตรวจสอบประวัติพบว่าก่อนหน้านี้นายปัญญา เป็นอดีตข้าราชการตำรวจ และเมื่อปี 2553 นายปัญญาถูกไล่ออกจากราชการ เนื่องจากเสพยาเสพติด ก่อนจะประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป

