ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. (PCT) ให้ปราบปรามกลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดทุกรูปแบบซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้สุจริตจำนวนมาก โดยชุดลาดตระเวนออนไลน์ บก.สส.บช.น. ได้รับแจ้งเบาะแสคนร้ายปลอมเป็นชายชาวต่างชาติทางสื่อโซเชียล ผู้ใช้ไลน์ชื่อว่า “rolebrown” ติดต่อมาทางไลน์ของผู้เสียหาย และมีการพูดคุยกันด้วยเรื่องต่างๆ และต่อมา “rolebrown” จะเดินทางเข้ามาประเทศไทย
หลังจากนั้นมีหญิงไทย ชื่อ บิว.เชียงใหม่ ไม่ทราบชื่อจริงและนามสกุล ติดต่อมาทางผู้เสียหาย แจ้งว่า “rolebrown” ได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทย เพื่อมาหาผู้กล่าวหาขณะอยู่ที่สนามบิน ได้แจ้งกลับมายังผู้กล่าวหาว่าไม่สามารถออกจากด่านตรวจคนเข้าเมืองได้ เนื่องจากตรวจพบว่านำเงินต่างประเทศเข้ามาจำนวนมาก ต้องนำเงินไปเสียค่าดำเนินการ ผู้เสียหายหลงเชื่อถูกหลอกโอนเงินเสียหายกว่า 2 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2566 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ,พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. ,พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย รอง ผบก.สส. ,พ.ต.อ.วิชิต ถิรขจรวงศ์ ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น.,พ.ต.ท.พีรบูรณ์ แก้วดู รอง ผกก.สส.1 บก.สส.บชน. , พ.ต.ท.เอกศิษฐ์ วรกิตติ์ฐากรณ์ รอง ผกก.สส.4 บก.สส.บช.น. ปฏิบัติราชการ รอง ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น. ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.พัฒน์พงษ์ กื้อมะโน สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ ปฏิบัติราชการ สว.กก.สส.1 บก.สส.บช.น. พร้อมชุดปฏิบัติการที่ 2
จับกุมตัว น.ส.บังอร บุบผาโล อายุ 41 ปี ที่อยู่ 130 หมู่ 13 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2010/2564 ลง 24 พ.ย.2564
ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และร่วมกันนำเข้าระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” จับกุมที่ หน้าโรงงานไทยสร้างวิศวกรรม ต.ลาดบัวขาว อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี
นำตัวส่งร้อยเวร สอบสวน สน.นางเลิ้ง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ก่อนเวลาเกิดเหตุ เมื่อ ผู้เสียหายได้รู้จักกับชายชาวต่างชาติผ่านทางสื่อโซเชียล หลังจากพูดคุยรู้จักได้ระยะนึง โดยเมื่อประมาณต้นเดือนพฤษภาคม 2563 มีผู้ใช้ไลน์ชื่อว่า “rolebrown” ติดต่อมาทางไลน์ของผู้เสียหาย และมีการพูดคุยกันด้วยเรื่องต่างๆ และต่อมา “rolebrown” ได้บอกกับผู้เสียหายว่าจะเดินทางเข้ามาในประเทศไทย หลังจากนั้นมีหญิงไทย ชื่อ บิว.เชียงใหม่ ไม่ทราบชื่อจริงและนามสกุล ติดต่อมาทางผู้เสียหาย แจ้งว่า “rolebrown” ได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทย เพื่อมาหาผู้กล่าวหาขณะอยู่ที่สนามบิน ได้แจ้งกลับมายังผู้กล่าวหาว่าไม่สามารถออกจากด่านตรวจคนเข้าเมืองได้ เนื่องจากตรวจพบว่านำเงินต่างประเทศเข้ามาจำนวนมาก ต้องนำเงินไปเสียค่าดำเนินการให้กับเจ้าหน้าที่ เพื่อที่จะออกจากด่านตำรวจตรวจคนเข้าเมืองได้ และพยายามพูดหว่านล้อมให้ผู้เสียหายช่วยเหลือ ถ้าไม่ช่วยเหลือ นาย “rolebrown” จะได้รับอันตราย
ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้โอนเงินไปจำนวนหลายครั้ง หลายบัญชีประกอบด้วย ดังนี้
1.วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 ผู้เสียหาย โอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารทหารไทย ชื่อบัญชี น.ส.บังอร เลขบัญชี 464-2-381xxx จำนวน 48,315 บาท
2.วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 ผู้เสียหาย โอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารทหารไทย ชื่อบัญชี น.ส.บังอร เลขบัญชี 464-2-381xxx จำนวน 200,000 บาท
3.วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 ผู้เสียหาย โอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารทหารไทย ชื่อบัญชี น.ส.บังอร เลขบัญชี 464-2-381xxx จำนวน 60,000 บาท
4.วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 ผู้เสียหาย โอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารกรุงเทพ ชื่อบัญชี น.ส.บังอร เลขบัญชี 687-0-244xxx จำนวน 40,000 บาท
5.วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 ผู้เสียหาย โอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารกรุงเทพ ชื่อบัญชี น.ส.บังอร เลขบัญชี 687-0-244xxx จำนวน 100,000 บาท
และยังโอนเงินเข้าบัญชีม้าอีก 2 บัญชีที่เกี่ยวข้อง เป็นจำนวนเงินกว่า 2 ล้านบาท
หลังจากที่ผู้เสียหายได้โอนจำนวนดังกล่าวไปแล้ว หญิงไทย ชื่อ บิว.เชียงใหม่ ไม่ทราบชื่อและนามสกุล ได้โทรเข้ามาหาผู้เสียหายตลอดเวลา โดนอ้างว่า “rolebrown” ยังไม่ได้รับการปล่อยตัวจากทางเจ้าหน้าที่ และให้ผู้เสียหายหาเงินมาช่วยเหลืออีกเป็นจำนวนมาก โดยอ้างว่าถ้าผู้เสียหายไม่ช่วย “rolebrown” จะได้รับอันตราย เนื่องจาก “rolebrown” รู้จักกับผู้เสียหายเพียงคนเดียวในเมืองไทย ผู้เสียหายจึงได้พยายามหาเงินเพื่อที่จะช่วย “rolebrown” แต่ไม่สามารถหาเงินมาได้ ผู้เสียหายจึงนำเรื่องนี้ไปปรึกษาเพื่อนร่วมงาน เพื่อที่จะขอยืมเงินนำมาช่วยเหลือ “rolebrown” แต่เพื่อนของผู้เสียหายได้ทักท้วงว่า พฤติการณ์ดังกล่าวที่ผู้กล่าวหาเล่าให้ฟัง น่าจะเป็นพวกแก๊งหลอกโอนเงิน หรือ Romance Scam ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าได้ถูก “rolebrown” กับพวก หลอกลวงเอาเงินไป เป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย จึงมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อติดตามจับกุมกลุ่มคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด
ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเปิดบัญชีนี้จริงๆ ให้การว่าเมื่อปี 2563 ได้เปิดบัญชีให้น.ส.นางไม่ทราบชื่อสกุลจริง ซึ่งเป็นญาติห่างๆในจังหวัดเดียวกัน บอกว่าจะนำบัญชีไปขายของออนไลน์ โดยทราบว่าน.ส.นาง มีแฟนชาวต่างชาติเป็นคนผิวดำ จากนั้นไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย จนกระทั่งได้รับการติดต่อจากพนักงานสอบสวนว่าตนเองมีความผิดฐานฉ้อโกง แล้วตัวเองไม่ไปรับทราบข้อกล่าวหา หลบหนีมาเป็นเวลาประมาณ 3 ปี จนได้พบกับตำรวจชุดจับกุม และถูกจับกุมตัวในครั้งนี้

