ญาตินักธุรกิจเยอรมันพอใจ ตร.ทำงาน ติดใจออกวีซ่าให้แก๊งผู้ต้องหา บิ๊กโจ๊กสั่ง 3 ผกก.รายงานข้อมูลแก๊งมาเฟีย
เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม เวลา 15.40 น. พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้าคดีการฆ่าหันศพ นายฮันส์ ปีเตอร์ ชาวเยอรมันว่า วันนี้ญาติมาของคุณติดต่อเรื่องการรับศพ หลังจากที่มีการจับกุมตัวคนร้าย และได้ทรัพย์สินคืน ทางญาติก็สบายใจขึ้น เพราะที่ผ่านมาผู้เสียหายอาจจะไม่เชื่อมันตำรวจ แต่ตอนนี้ตำรวจได้แสดงให้เห็นว่าสามารถจับกุมตัวผู้กระทำความผิดได้ทั้งหมด โดยสัปดาห์หน้าจะให้ ผกก.หนองปรือ ผกก.พัทยา และ ผกก.เมืองชลบุรี ส่งรายชื่อกลุ่มแก๊งขบวนการเหล่านี้ใช้ชีวิตที่ไหน มีพฤติกรรมกินเที่ยวย่านใด ซึ่งแก๊งเหล่านี้อยู่เฉพาะกลุ่ม ไม่กินเที่ยวกับแก๊งอื่น เช่น แก๊งนายโอลาฟ ที่ประเวศ ซึ่งอยู่ในคลับเอาต์ลอว์ก็จะกินเที่ยวเฉพาะกลุ่ม ทั่วโลกรู้จักกันดี ยืนยันว่าที่ผ่านมาตำรวจได้ข้อมูลจากชาวบ้านจึงสามารถจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาเหล่านี้ได้ ถือว่าประชาชนเป็นนักสืบที่ดี ซึ่งถ้าชาวบ้านมั่นใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชาวบ้านจะทำข้อมูลที่มีส่งมาให้เจ้าหน้าที่ทำงานง่ายขึ้น ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นพัทยา ภูเก็ต สมุย หรือสถานที่ ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก หากมีการทำผิดกฎหมาย ก็สามารถส่งข้อมูลให้ตำรวจได้ 24 ชม.
โดยในวันนี้ทางญาติได้นำข้อมูลการทำวีซ่าผิดกฎหมายมามอบให้กับคณะทำงาน ซึ่งขบวนการนี้มีการร่วมมือกันระหว่างพลเมือง และตำรวจ ตม.พัทยา โดยต่างชาติที่เจ้ามาให้ลักษณะนี้จะเข้ามาด้วยวีซ่าวีซ่า รีไทร์เมนต์ โดยจะต้องมีเงินในบัญชี 8 แสนบาท เมื่อเข้ามาแล้ว ต้องการที่จะอยู่ในประเทศไทยต่อ ก็จะให้วิธีการไปกู้เงินจากนายหน้ามาใส่บัญชี เพื่อไปแสดงกับ ตม.ขอต่อวีซ่าเมื่อต่อเรียบร้อยแล้วก็จะนำเงินไปคืนให้กับนายหน้าเงินกู้โดยยอมเสียดอกเบี้ย ซึ่งการทำแบบนี้เจ้าหน้าที่ต้องมีส่วนรู้เห็น แต่ในคดีนี้ทางญาติเพิ่งจะนำข้อมูลมาให้ จึงต้องขอตรวจสอบก่อน แต่ถ้าหากพบก็จะดำเนินคดีแยกออกเป็นอีกคดีหนึ่ง หลังจากนี้ตำรวจต้องตรวจสอบเบื้องลึกเบื้องหลังวีซ่าของนายโอลาฟ และนางเพตรา ว่าได้วีซ่ามาด้วยวิธีการใด และต้องเน้นย้ำกับเจ้าหน้าที่ ตม.ให้การสกรีนคนเข้าประเทศ อย่างเช่นบางคนมีรอยสัก สัญลักษณ์แก๊งยาเสพติด ซึ่งทั่วโลกรู้กันหมด แต่ทำไมที่ไทยถึงไม่รู้ มันเป็นไปไม่ได้
ส่วนการดำเนินคดีกับแก๊งอุ้มฆ่าหันศพนายฮันส์ ปีเตอร์ มีการจับกุมผู้กระทำความผิดได้ทั้งหมดแล้ว รวม 5 คน 4 คนให้การปฏิเสธ ส่วนเจ้าบ้านเช่าให้การรับสารภาพ นอกจากนี้หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมทั้งดีเอ็นเอ ลายนิ้วมือ ก้นบุหรี่ รวมทั้งร่างของผู้เสียชีวิต ก็มีความเชื่อมโยงกัน ซึ่งมูลเหตุก็มาจากการประสงค์ต่อทรัพย์ โดยมีนางเพตรา เป็นนกต่อและมีนายโอลาฟเป็นตัวการในการสั่งการทั้งหมด ไม่มีเบื้องหลังคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง
สำหรับนายโอลาฟเชื่อได้ว่าก่อนหน้านี้อาจจะมีพฤติกรรมฆ่าชาวต่างชาติ ไม่ใช่เฉพาะชาวเยอรมันเท่านั้น แต่บุคคลเหล่านั้นอาจจะเป็นบุคคลที่กระทำผิดกฎหมายเช่นเดี่ยวกัน ทำให้ทางญาติไม่มีการมาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งนายโอลาฟจะไม่กระทำกับคนไทย เพราะเชื่อว่าหากกระทำจะอยู่ในประเทศไทยมิได้
ส่วน นายฮันส์ ปีเตอร์ จากการตรวจสอบไม่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมาย และไม่มีเคยมีการทะเลาะเบาะแว้งกับคนในครอบครัว และคนใกล้ชิด ส่วนกระแสข่าวที่ว่ามีการวางแผนจะนำศพนายฮันต์ ปีเตอร์ไปทิ้งทะเล ในส่วนนี้ยังไม่มีข้อมูล แต่เชื่อว่ากระบวนการฆ่า จะต้องมีการนำศพไปทำลาย ซึ่งการเอาศพไปทิ้งทะเลก็มีความเป็นไปได้
ด้านภรรยาของนายฮันส์ ปีเตอร์ และบุตรชาย เปิดเผยว่า รู้สึกพอใจกับการทำงานของตำรวจที่รวดเร็ว และทำให้เราได้เจอกัน เรื่องกระบวนการที่ทำให้สามีตายตนไม่ติดใจแล้ว เหลือแต่กระบวนการออกวีซ่าให้กับกลุ่มผู้ต้องหา ว่ากลุ่มคนเหล่านี้สามารถอยู่และก่อเหตุในลักษณะนี้ได้อย่างไร

