เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 27 ธันวาคม นายไพฑูรย์ อรุณเนตร เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พบ.2 (ห้วยเกษม) นายวันชัย สิงห์โต หัวหน้าชุดสายตรวจปราบปรามด้านสัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี ร.อ.ชัยนันท์ เพิ่มพูล กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดเพชรบุรี กองพันทหารช่างที่ 112 กรมทหารช่างที่ 1 รักษาพระองค์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากหน่วยต่างๆ ในพื้นที่รวม 30 คน ร่วมตรวจสอบพื้นที่บ้านท่าเสลา หมู่ 4 ตำบลยางน้ำกลัดเหนือ อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี หลังจากได้รับการร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมอำเภอหนองหญ้าปล้องว่ามีการปลูกสิ่งปลูกสร้างบริเวณลาดชันไหล่เขา ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ โดยมีนายสยาม ภูงาม ผู้ใหญ่บ้านบ้านท่าเสลา หมู่ 4 ร่วมตรวจสอบ
โดยพื้นที่ดังกล่าว ติดป้ายชื่อบ้าน “สาหร่าย” เลขที่ 230 ตั้งอยู่ริมถนนสายเนินกระเบื้อง – น้ำพุร้อน หมู่ 4 บ้านท่าเสลา ห่างจากตลาดน้ำกวางโจว แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของ อ.หนองหญ้าปล้อง ประมาณ 100 เมตร พบมีการปลูกสร้างบ้านพักครึ่งปูนครึ่งไม้สไลต์รีสอร์ท อยู่บนพื้นที่ลาดชันของไหล่เขาติดชิดชายป่า จำนวน 1 หลัง ที่พักรูปทรงดอกเห็ด 1 หลัง พร้อมสิ่งก่อสร้าง อาทิ ถังเก็บน้ำจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีการสร้างถนนคอนกรีตเชื่อมกับถนนสายหลัก และปักกั้นเขตด้วยรั้วไม้โดยรอบ
จากนั้น เจ้าหน้าที่ตรวจวัดค่าพิกัดพื้นที่ โดยใช้เครื่องมือหาค่าพิกัดจากสัญญาณดาวเทียม GPS พบพื้นที่ดังกล่าวบุกรุกตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่ายางน้ำกลัดเหนือและป่ายางน้ำกลัดใต้ จำนวน 0-2-32 ไร่ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายของรัฐประมาณ 39,440 บาท โดยขณะตรวจสอบไม่พบบุคคลใดอยู่ในที่เกิดเหตุ แต่จากการสอบถามนายสยาม ทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นของนายประเดิม ไม่ทราบนามสกุลเป็นคนนอกพื้นที่มาปลูกอาศัยลักษณะบ้านพักตากอากาศแต่ไม่ได้อยู่เป็นการถาวร
ทั้งนี้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ลงความเห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวมีความลาดชันกฎหมายไม่สามารถอนุญาตให้ปลูกสร้างกินหรืออยู่อาศัยได้ ประกอบกับพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ป่าสงวน จึงแจ้งข้อหาบุกรุกก่อสร้างแผ้วถางหรือกระทำการด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่าหรือยึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 และบุกรุกทำลายป่าสงวนแห่งชาติ ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 จึงตรวจยึด และได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.หนองหญ้าปล้อง ให้ติดตามตัวผู้บุกรุกมาดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป

