จี้สปส.ออกกฎหมายลูกไล่เบี้ยผู้กระทำผิดกรณี ‘ความเสียหายทางการแพทย์’

27.12.16 | 16:43 น.
นายมนัส โกศล

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม นายมนัส โกศล ประธานเครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน (คปค.) กล่าวว่า คปค.และเครือข่าย ยังมีข้อเสนอต่อสำนักงานประกันสังคม(สปส.) ในมาตรา 63(7) กรณีค่าใช้จ่ายเป็นเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้แก่ผู้ประกันตน ในกรณีที่ผู้ประกันตนได้รับความเสียหายจากการรับบริการทางการแพทย์ โดยสปส.ต้องไล่เบี้ยผู้กระทําผิด ตรงนี้ยังไม่ชัดเจนว่าจะออกประกาศแนบท้ายอย่างใด ที่ผ่านมาผู้ประกันตนเมื่อเกิดความเสียหายจากการรับบริการทางการแพทย์ จะไม่ได้รับเงินชดเชยเยียวยา แต่เมื่อมีมาตรา 63(7) ของ พ.ร.บ.ประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2558 ก็ถือเป็นความหวังที่จะช่วยผู้ประกันตนที่ประสบปัญหา ดังนั้น สปส.ควรมีการออกกฎหมายลูกมารองรับ เพราะในส่วนของสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือบัตรทอง ซึ่งบริหารโดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ก็ดำเนินการมานานแล้ว อย่างที่เคยมีข่าวประชาชนในสิทธิบัตรทองที่ จ.สมุทรปราการ เสียชีวิตจากการรับบริการทางการแพทย์ก็ได้รับเงินชดเชยในจำนวนที่สูง

“ในส่วนนี้ไม่น่าใช้งบประมาณมาก เพราะสิทธิบัตรทองที่มีกว่า 47 ล้านคน ใช้งบประมาณเรื่องเยียวยาเพียง 1,000 กว่าล้านบาท ส่วนประกันสังคมมีผู้ประกันตนประมาณ 10 กว่าล้านคนเท่านั้น งบประมาณไม่มากไปกว่าบัตรทองแน่นอน โดยเสนอว่าค่าใช้จ่ายในการเยียวยาไม่ควรด้อยไปกว่ามาตรา 41 พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 ด้วย คือเบื้องต้น 240,000 บาท สูงสุด 400,000 บาท” นายมนัส กล่าว และว่า ส่วนการพิสูจน์ถูกผิดนั้น ก็เพียงแค่ให้สปส.ไปไล่เบี้ยเอาเงินคืนจากผู้กระทำผิด ซึ่งที่ผ่านมาผู้รับผลกระทบก็มักเป็นคนไข้อยู่แล้ว

นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสปส. กล่าวถึงประเด็นการเยียวยาผลกระทบจากการบริการทางการแพทย์ ว่า ยังมีประเด็นที่ต้องเสนอต่อคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ เนื่องจากในกฎหมายระบุให้ทางสปส.ไล่เบี้ยผู้กระทำผิดได้ ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่เจตนารมณ์ที่ต้องการ