ด.ช.วัย 15 ถูกไฟดูดดับขณะปีนขึ้นติดตั้งสายเน็ต ชี้บันไดพาดโดนตัวนำไฟฟ้าบนเสา

27.12.16 | 18:20 น.

วันที่ 27 ธันวาคม 2559 เมื่อเวลา 13.00 น. ที่หน้าวัดแหลมกลัด ต.แหลมกลัด อ.เมือง จ.ตราด เจ้าหน้าที่กู้ภัยบุญช่วยเหลือจังหวัดตราด เขตแหลมกลัดนำตัว ด.ช.เจษฎา แป้นตระกูล อายุ 15 ปี ส่งโรงพยาบาลตราดหลังถูกไฟฟ้าช็อตหมดสติ ขณะขึ้นไปติดตั้งสายอินเตอร์เน็ต พร้อมประสานรถกู้ชีพโรงพยาบาลตราด เปลี่ยนถ่ายผู้บาดเจ็บส่งต่อโรงพยาบาล เนื่องจากเด็กชายเจษฎา ชีพจรอ่อน และเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องปั๊มหัวใจช่วยชีวิตตลอดเส้นทาง

ที่เกิดเหตุพบนายชยนนท์ แพทย์พิทักษ์ พนักงานช่างระดับ 3 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาตราด พร้อมเจ้าหน้าที่ 2 คน  เดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบบันไดจำนวน 2 อัน พาดอยู่กับสายไฟฟ้าและเสาไฟฟ้า จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้สวมถุงมือป้องกันแล้วนำบันไดออกจากเสาไฟฟ้า และตรวจสอบบันไดทั้ง 2 อัน พบว่าบันไดที่พาดกับสายไฟฟ้าบริเวณลวดที่ขึงบันได เป็นรอยไหม้ ซึ่งคาดว่าด.ช.เจษฎา ใช้บันไดปีนขึ้นไปติดตั้งสายอินเตอร์เน็ต

นายชยนนท์ กล่าวว่า หลังจากการตรวจสอบพบว่าบันไดที่ด.ช.เจษฎา ขึ้นนไปนั้น ได้พาดไปโดนกับพีจีแคมป์ (ตัวยึดสายไฟ) ซึ่งเป็นวัสดุนำกระแสไฟฟ้าอย่างดี โดยปกติแล้วพีจีแคมป์ ทุกตัวจะต้องพันเทปสีดำเพื่อป้องกันกระแสไฟ แต่จุดที่เกิดเหตุนั้นไม่มี เนื่องจากเป็นการต่อไฟฟ้าจากผู้รับเหมาเอง จึงทำให้การป้องกันไฟฟ้าจากพีจีแคมป์ไม่มี ซึ่งหากเป็นสำนักงานการไฟฟ้า พีจีแคมป์ทุกตัวจะต้องมีการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดกระแสไฟรั่ว ขณะที่เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าปฎิบัติหน้าที่

ด้านชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ กล่าวว่า ตั้งแต่เช้าวันนี้ มีผู้รับเหมาติดตั้งอินเตอร์เน็ตร่วม 4 คน จากนั้นด.ช.เจษฎา ได้นำบันไดไปพาดกับสายไฟฟ้าพร้อมกับปีนขึ้นไปทำงาน ก่อนจะได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิด จนหันไปดูและพบด.ช.เจษฎา ห้อยหัวขาติดกับบันไดหมดสติไปแล้ว จากนั้นเพื่อนพนักงานอีก 3 คน ได้เข้ามาช่วยเหลือลงจากเสา พร้อมประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาลตราด

ต่อมาเวลา 15.30 น. ร.ต.ท.โรมรัน ศรีไกรภักดิ์ พนักงานสอบสวนสภ.เมืองตราด ไปรับแจ้งจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลตราดว่า ด.ช.เจษฎาเสียชีวิตแล้ว จึงเดินทางไปบันทึกประวัติ พิมพ์ลายนิ้วมือ พร้อมประสานญาติให้เดินทางมารับศพ เนื่องจากไม่มีพนักงานหรือญาติติดตามมาที่โรงพยาบาลตราด อย่างไรก็ตาม ร.ต.ท.โรมรัน ตั้งข้อสงสัยถึงการเสียชีวิตของด.ช.เจษฎา ทำไมญาติหรือเพื่อนร่วมงานถึงให้ทำงานเสี่ยงอันตรายเช่นนี้ได้ โดยจะเรียกพนักงานด้วยกันมาสอบปากคำอีกครั้ง

Advertisement