ผู้การฯ เชียงใหม่ เผยอุทยานฯยังไม่แจ้งความแก๊ง จยย.วิบาก ชี้มีอำนาจปรับโดยตรง ถ้าแจ้งความออกหมายเรียกพบพนักงานสอบสวน ไม่มาออกหมายจับดำเนินคดีตามกฏหมาย
กรณีที่เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช โพสต์รูปภาพ คนกำลังขี่จักรยานยนต์วิบาก 2 คัน เข้าไปในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย พร้อมกับระบุว่า ให้มามอบตัว และเสียค่าปรับโดยด่วนนั้น
เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เผยกรณีอุทยานแห่งชาติสุเทพ-ปุย อ.เมือง ได้ประกาศให้แก๊งจักรยานยนต์วิบาก กว่า 10 คัน ที่ลักลอบแข่งในพื้นที่อุทยาน มาเปรียบเทียบปรับตามม. 47 พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562ว่า
เท่าที่ตรวจสอบ ยังไม่มีการแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจอย่างใด เป็นการแจ้งให้ผู้กระทำความผิด หรือฝ่าฝืนกฏหมายมาเสียค่าปรับที่อุทยานได้ เพราะเป็นอำนาจอุทยานที่สามารถสั่งปรับได้โดยตรง ไม่ต้องมา เสียค่าปรับที่โรงพักดังกล่าว
กรณีผู้กระทำความผิด ไม่มาเสียค่าปรับที่อุทยาน ทางอุทยานจะแจ้งข้อหาเพิ่ม ฐานไม่อำนวยความสะดวกให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ ตาม ม. 51 พ.ร.บ.อุทยานนั้น มองว่าเป็นกฏหมายคนละฉบับของตำรวจ ซึ่งวิธีปฏิบัติไม่เหมือนกัน ประชาชนอาจมีข้อสงสัยว่าไม่อำนวยความสะดวกให้แก่พนักงานอย่างไร ต้องให้อุทยานชี้แจงเอง แต่ตั้งข้อสังเกตว่า ช่วงเกิดเหตุ ทำไมอุทยานถึงไม่จับและสั่งปรับทันที
พล.ต.ต.ธวัชชัย กล่าวอีกว่า ถ้าอุทยานแจ้งความดำเนินคดีกับแก๊งดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพื่อหาตัวผู้กระทำผิดว่าเป็นใคร มีพยานหลักฐานชัดเจนหรือไม่ ถ้ารู้ตัว จะออกหมายเรียก 2 ครั้ง มาพบพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีและเปรียบเทียบปรับตามกฏหมาย ถ้าไม่มา จะขอออกหมายจับต่อไป
อ่านข่าว :
– แก๊งจยย.วิบาก ลอบขี่มอเตอร์ไซค์บนอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จี้พบจนท.ด่วน
– แก๊ง จยย.วิบากลอบขี่ในดอยสุเทพ แอบเข้าทางถนนลำลอง อุทยานฯรู้เบาะแสแล้ว ปรับสูงสุด 1 แสน
แ่าน

