ขอหมายจับ อดีต ตร.อุ้มพ่อค้าขายน้ำเต้าหู้ พบประวัติสุดโหด ยิง 2 ผัวเมียฆ่าล้างหนี้เมื่อปี’57
ความคืบหน้ากรณี นายจีรวัตร หรือป๊อบ อายุ 25 ปี พ่อค้าขายน้ำเต้าหู้ ชาวจังหวัดนครสวรรค์ ขับรถกระบะส่วนตัว ยี่ห้อโตโยต้า รีโว่ ออกจากร้านขายน้ำเต้าหู้เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้านพักเลขที่ 125/39 หมู่ 16 ต.พระแท่น อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ระหว่างทางถูกคนร้ายแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 คนเข้ามาทำร้ายร่างกายด้วยการกระชากลงจากรถ แล้วใช้เครื่องชอร์ตไฟฟ้าชอร์ตตามร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้คนร้ายยังได้ใช้เชือกมัดมือมัดเท้านายจีรวัตรแล้วอุ้มขึ้นรถยนต์ขับหลบหนี ระหว่างนั้นนายจีรวัตรสามารถหนีลงจากรถ เอาตัวรอดมาได้ เหตุเกิดช่วงเวลาประมาณ 21.30 น. ของคืนวันที่ 24 กรกฎาคม
อ่านเพิ่มเติม อุกอาจ โจรปลอมเป็นตร. ทำทีรถล้ม ‘พ่อค้า’ ลดกระจกถาม เจอชอร์ตไฟฟ้า-จับมัด ชิงกระบะหนี
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 25 กรกฎาคม ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ (ศปก.) สภ.ท่าเรือ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี พล.ต.ต.ไพโรจน์ คุ้มภัย ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.มานะ สำราญวงศ์ ผกก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี ประชุมร่วมกับ พ.ต.อ.สมบัติ โพธิ์งาม ผกก.สภ.ท่าเรือ พ.ต.ท.สายชล แสนสุข รอง ผกก.สส.สภ.ท่าเรือ พ.ต.ท.ทศพล ปอปรีชา สว.สส.สภ.ท่าเรือ พ.ต.ต.ชนะชล ชินแสง สว.(สอบสวน) สภ.ท่าเรือ ร่วมประชุมวางแผนในการติดตามจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ โดยเชิญตัวนายจีรวัตร หรือป๊อป อายุ 25 ปี พ่อค้าน้ำเต้าหู้ผู้เสียหายมาสอบปากคำ
โดย พ.ต.อ.มานะ สำราญวงศ์ ผกก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี ได้นำภาพอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าเรือ ยศดาบตำรวจ ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุและมีประวัติใช้อาวุธปืนยิงสองสามีภรรยาในท้องที่ สภ.บางแพ จ.ราชบุรี เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2557 เสียชีวิต 2 ศพ มาให้ นายจีรวัตรดู ซึ่งนายจีรวัตรยืนยันว่าเป็น 1 ในผู้ร่วมก่อเหตุจริง
หลังจากที่นายจีรวัตร ผู้เสียหายยืนยัน พล.ต.ต.ไพโรจน์จึงสั่งการให้ พ.ต.ต.ชนะชล ชินแสง สว.(สอบสวน) สภ.ท่าเรือ ร้อยเวรเจ้าของคดี เร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อรายงานต่อศาลจังหวัดกาญจนบุรี ในการขออนุมัติหมายจับต่อไป
ทั้งนี้ พล.ต.ต.ไพโรจน์เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้รวบรวมพยานหลักฐานและเร่งสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้อง โดยได้เบาะแสผู้ต้องสงสัยเป็นอดีตตำรวจ สภ.ท่าเรือ จ.กาญจนบุรี จึงให้พนักงานสอบสวนยื่นขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดกาญจนบุรีทันที
ด้าน นายจีรวัตร ผู้เสียหายที่หนีเอาชีวิตรอดมาได้ เปิดเผยว่า ระหว่างที่คนร้ายใช้เชือกมัดมือมัดเท้าของตนแล้วนำไปไว้ที่เบาะหลังคนขับ ได้พยายามใช้มือที่ถูกมัดไขว้หลังดึงเชือกให้หลุด โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาทีก็สำเร็จ จากนั้นจึงค่อยๆ แกะเชือกที่มัดข้อเท้าตนออก ระหว่างคนขับชะลอรถที่แยกไฟแดงอนุชน ตลาดท่าเรือ จึงฉวยจังหวะเปิดประตูแล้ววิ่งไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านที่เปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวอยู่บริเวณใกล้เคียง จนรอดมาได้ โดยช่วงที่อยู่บนรถนั้น ตนได้พยายามร้องขอชีวิต และคิดในใจว่าคงจะไม่รอดแน่นอน
นายจีรวัตรกล่าวต่อว่า ส่วนคนร้ายก็พูดข่มขู่ตลอดว่า ตนเป็นพวกแก๊งค้ายาเสพติด แต่ยังโชคดีที่หนีเอาตัวรอดมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบแอพพลิเคชั่นข้อมูลการเคลื่อนไหวของรถยนต์ทางโทรศัพท์ พบว่าตอนนี้คนร้ายได้ขับขี่ไปไกลกว่า 1,300 กิโลเมตรแล้ว แต่ไม่ทราบว่าวิ่งไปทางไหน เพราะคนร้ายได้ถอด GPS ที่ติดเอาไว้ทิ้งไปแล้ว

