ตร.ล่าแก๊งตุ๋นคริปโทชาวจีน บุกบ้านหรู 2 หลัง ยึดทรัพย์ 300 ล้าน อึ้งพบเครื่องแบบทหารประดับยศ

26.07.23 | 09:21 น.

ตำรวจไซเบอร์ เปิดปฏิบัติการล่าขุมทรัพย์ ราชาคริปโท Ep.3 บุกค้นบ้านหรู 2 หลัง ยึดทรัพย์มูลค่ากว่า 300 ล้าน

บช.สอท. เปิดปฏิบัติการล่าขุมทรัพย์ ราชาคริปโท Ep.3 บุกค้นบ้านหรู 2 หลัง ย่านพระราม 9-ศรีนครินทร์-สะพานสูง ลุยค้นหาหลักฐานโยงเครือข่ายจีนแสบหลอกตุ๋นลงทุนข้ามชาติ เผยพฤติกรรมแสบใช้นิติบุคคลกว้านซื้ออสังหาฯ พบเครื่องแบบคล้ายทหารประดับเครื่องหมายผู้กำกับสำรองตรี ของสมาคมกำลังสำรองรักษาดินแดนไทยอยู่ในห้องนอน พ่วงโฉนดที่ดิน, ห้องชุดคอนโดหรูจำนวนมาก มูลค่ากว่า 300 ล้าน จ่อออกหมายเรียกแจงที่มาของทรัพย์ ด้านเจ้าของบ้านนกรู้ดอดหนึออกนอกประเทศ

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. สั่งการให้ พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รอง ผบช.สอท. นำกำลังเข้าตรวจค้น 2 จุดในพื้นที่ กทม. ตามปฏิบัติการล่าขุมทรัพย์ราชาคริปโท Ep.3

โดย จุดแรก นำหมายค้นศาลอาญาเข้าตรวจค้นบ้านย่านพระราม 9-ศรีนครินทร์ แขวงทับช้าง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร เป็นบ้านเดี่ยวสูง 3 ชั้น มูลค่า 45 ล้านบาท มีรั้วรอบขอบชิด มีแม่บ้านที่ดูแลบ้านดังกล่าวเป็นผู้นำตรวจค้น พบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องในทางคดีจำนวนมากและพบชุดลักษณะคล้ายเครื่องแบบทหารประดับเครื่องหมายผู้กำกับสำรองตรี ระบุชื่อ สมปอง ซู อีกทั้งพบรูปถ่ายวันประดับเครื่องหมายผู้สำเร็จการฝึกอบรมหลักสูตรผู้กำกับกำลังสำรอง รักษาดินแดนรุ่นที่ 34 พร้อมเกียรติบัตรของสังกัดสมาคมกำลังสำรองรักษาดินแดนไทยอยู่ในห้องนอนดังกล่าว

Advertisement

รวมทั้ง หนังสือเดินทางระบุชื่อนายซูเผิงเฟย สัญชาติจีน นอกจากนี้ในส่วนผู้ดูแลให้การยืนยันว่านายซูเผิงเฟย หรือนายสมปอง ซู เป็นเจ้าของบ้าน อีกทั้งเป็นบุคคลคนเดียวกัน ซึ่งหลังจากที่มีข่าวจับกุมคนจีนก่อนหน้าก็ได้เดินทางออกนอกประเทศไป

จากนั้น พล.ต.ต.อำนาจ ตรวจยึดรถยนต์โตโยต้าอัลพาร์ด สีขาว ทะเบียน กย. 909 กทม., รถยนต์โตโยต้า รีโว่ สีดำ ทะเบียนป้ายแดง ถ 4605 กทม. โฉนดที่ดินอาคารชุด โครงการวัน ไนน์ ไฟว์ อโศกพระราม 9 จำนวน 8 ห้องชุด, โฉนดที่ดิน 2 ฉบับ ตู้เซฟ 1 ตู้ รวมมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท จึงอายัดไว้เพื่อตรวจสอบ

จุดที่สอง นำหมายค้นศาลอาญาตรวจค้นบ้านเลขที่ 8/15 ซอยกาญจนาภิเษก 12 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นที่ตั้งของ บริษัท ซิน รุ่ย เทคโนโลยี เบื้องต้นไม่พบว่ามีผู้พักอาศัยหรือผู้ดูแลแต่จากการสอบถามข้อมูลจากฝ่ายสถานที่ของโครงการ บ้านหลังดังกล่าวมีผู้ซื้อไปจากโครงการเเล้ว เเต่ยังไม่มีผู้มาพักอาศัยแต่อย่างใด สอบถามฝ่ายขายของโครงการ ทราบข้อมูลว่า บ้านหลังดังกล่าว มีผู้ซื้อจากโครงการเมื่อประมาณเดือน พ.ย.-ธ.ค. ปี 65 ใช้ชื่อนิติบุคคล ชื่อซิน รุ่ย เทคโนโลยีเป็นผู้ซื้อจากโครงการ

พล.ต.ต.อำนาจกล่าวว่า การตรวจค้นครั้งนี้เป็นการขยายผลจากปฏิบัติการ Trust No One ล่าข้ามโลกราชาคริปโท Ep.1 และ Ep.2 โดยครั้งนั้น บช.สอท.ได้เข้าตรวจค้น 6 จุด ในย่านศรีนครินทร์ และจับกุมนายเซาเซียน ซู อายุ 31 ปี และนางคี ยิ ยี อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาชาวจีนตามหมายจับศาลอาญาที่ 1665-1666/2566 ลงวันที่ 26 พ.ค.และนายคำเฮง จุลมนตรี สัญชาติ ลาว ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1654/2566 ลงวันที่ 26 พ.ค. ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันฟอกเงิน หลังก่อเหตุใช้โปรไฟล์ปลอมตีสนิท ผู้เสียหายผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ก่อนจะชวนลงทุนในแพลตฟอร์มปลอมสําหรับเทรดเงินสกุลดิจิทัลหรือ สินทรัพย์ต่างๆ ในลักษณะหลอกลงทุนไฮบริดสแกรม

ซึ่งมีผู้เสียหายในพื้นที่ สน.ศาลาแดง, สน.โชคชัย และ สภ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ รวมมูลค่ากว่า 35 ล้านบาท ซึ่งจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่ามีความเชื่อมโยงกับนายซูเผิงเฟย หรือนายสมปอง ซู ซึ่งแนวทางสืบสวนเชื่อว่าน่าจะนำเงินที่ได้จากการหลอกผู้เสียหายมาเล่นแร่แปรธาตุ มาซื้ออสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบของบริษัทซิน รุ่ย เทคโนโลยี ซึ่งจดทะเบียนวันที่ 26 ต.ค. 2565 ประเภทธุรกิจซื้อขาย เช่า อสังหาริมทรัพย์ และให้คำปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ ด้วยทุนจดทะเบียน 49,500,000 บาท

อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานพร้อมกับออกหมายเรียกนายสมปอง ซู มาชี้แจงการได้มาซึ่งทรัพย์สิน หากไม่สามารถที่จะชี้แจงได้ก็จะเข้าข่ายในส่วนของความผิดฐาน “ร่วมกันฟอกเงินหรือร่วมกันสนับสนุนฟอกเงิน” และ นำทรัพย์สินที่ไม่สามารถชี้แจงได้หรือทรัพย์สินที่เชื่อว่าได้มาจากการกระทำความผิดดำเนินการขายทอดตลาด เพื่อมุ่งหวังคืนให้กลุ่มผู้เสียหายที่ได้รับความเดือดร้อน อีกทั้งจะทำการขยายผลหากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือ พยานหลักฐานเชื่อมโยงไปในส่วนใดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป