เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล ผกก.3 บก.ป. พ.ต.ท.รัฐมนตรี พันชูกลาง สว.กก.3 บก.ป., ร.ต.อ.หญิง วรรณภา พรมบัญชา รอง สว.กก.3 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ป. ร่วมกันจับกุม นายเอกรัฐ หรือเอก (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี นายประยูร หรือโอค (สงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี และนายกฤษดา หรือเอ็ม (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน “ร่วมกันประกอบกิจการเป็นผู้ให้สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับโดยไม่ได้รับอนุญาต และเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 มาตรา 4 (1) พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง นามบัตรชักชวนเงินกู้ “โชคมีทรัพย์” 94 ใบ บัญชีรายชื่อลูกค้าและรายการเรียกเก็บดอกเบี้ยแบบรายวัน 4 แผ่น รถยนต์โตโยต้า รุ่น วีออส สีดำ จำนวน 1 คัน พร้อมกุญแจ 1 ดอก สำเนาธนบัตร ฉบับ 500 บาท จำนวน 1 ฉบับ, ฉบับ 100 บาท จำนวน 2 ฉบับ และฉบับ 50 บาท 1 ฉบับ ได้ที่บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 1 บ้านนาคาย ต.นาคาย อ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี
สืบเนื่องจากก่อนจับกุมทาง กก.3 บก.ป.รับแจ้งว่าในพื้นที่หมู่ 1 บ้านนาคาย ต.นาคาย มักมีกลุ่มคนเป็นชายฉกรรจ์ขับรถยนต์โตโยต้า รุ่น วีออส สีดำ มีพฤติกรรมลักลอบปล่อยเงินกู้และเรียกเก็บดอกเบี้ยในลักษณะรายวันและเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ และมักจะออกมาเรียกเก็บเงินกู้จากลูกค้าที่บริเวณดังกล่าวช่วงเวลาประมาณ 11.00-14.00 น. อยู่เป็นประจำของทุกวัน จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนเดินทางออกไปตรวจสอบบริเวณดังกล่าวพบ น.ส.นารี (สงวนนามสกุล) อายุ 58 ปี พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวจึงเข้าสอบถามตามรายละเอียด ทราบว่ากู้ยืมเงินนอกระบบซึ่งคิดดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดและจ่ายเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยในลักษณะรายวันจากกลุ่มบุคคลชายฉกรรจ์จริง โดยกู้ยืมเงินนอกระบบมา 6,000 บาทจากกลุ่มชายฉกรรจ์ และทำสัญญากู้ยืมพร้อมผ่อนชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยเป็นเงิน 300 บาทต่อวัน โดยให้ชำระต่อเนื่องเป็นเวลา 24 วัน ทาง พ.ต.ท.รัฐมนตรี จึงประสานข้อมูลและรายละเอียดเพื่อวางแผนจับกุม
ต่อมา พ.ต.ท.รัฐมนตรีนำธนบัตรไปลงประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.ตาลสุม มาส่งมอบให้กับ น.ส.นารี เพื่อชำระให้แก่บุคคลตามข้อมูลข้างต้นซึ่งจะเดินทางมาเก็บเงินกู้พร้อมดอกเบี้ย ในช่วงเวลาประมาณ 11.00-14.00 น. จากนั้นวางกำลังซุ่มอยู่ภายในบ้านของ น.ส.นารี ไม่นานมีกลุ่มผู้ต้องหาขับขี่รถยนต์โตโยต้าลักษณะรูปพรรณตรงตามคันของกลางที่ได้ประสานข้อมูลกับนางนารีไว้มาจอดหน้าบ้านในพื้นที่หมู่ 1 บ้านนาคาย จากนั้นนายประยูรลงจากรถเดินเข้าไปภายในบริเวณหน้าบ้านดังกล่าว เพื่อมาเก็บเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยโดย น.ส.นารีส่งมอบธนบัตรที่ลงบันทึกประจำวันหลักฐานไว้ ให้กับนายประยูร กำลังตำรวจที่ซุ่มดูอยู่พบเห็นจึงขอตรวจสอบและตรวจค้นพบธนบัตรของกลางอยู่ในมือนายประยูร ซึ่งรับว่าเป็นธนบัตรที่ได้จากการเรียกเก็บเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยจาก น.ส.นารี จริง โดยเดินทางมาพร้อมกับนายเอกรัฐและนายกฤษดา ซึ่งรออยู่บนรถยนต์คันดังกล่าว สอบถามทั้งหมดให้การรับว่ามาเก็บเงินกู้นอกระบบกับผู้กู้หรือ น.ส.นารี จริง ซึ่งคิดเป็นอัตราดอกเบี้ยอัตราประมาณร้อยละ 25 บาทต่อเดือน หรือ 30 วัน หรือคิดเป็นอัตราดอกเบี้ย ในอัตราประมาณร้อยละ 300 บาทต่อปี ซึ่งเป็นการเรียกอัตราดอกเบี้ยที่เกินว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ ก่อนที่จะควบคุมตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ตาลสุม เพื่อดำเนินคดีต่อไป

