ผู้ป่วยไข้เลือดออกพุ่ง ภาคใต้ติดอันดับ 1 ของประเทศ เร่งควบคุมป้องกัน-การระบาดก่อนเข้าหน้าฝน เน้นย้ำขอความร่วมมือประชาชนร่วมกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย
เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก ในหลายจังหวัดภาคใต้ พบผู้ป่วยที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 สงขลา ระหว่าง 1 มกราคม-19 กรกฎาคม นั้น พบผู้ป่วยแล้ว จำนวน 5,317 ราย เสียชีวิตสะสม 7 ราย แยกเป็นจังหวัดสงขลา 2,286 ราย เสียชีวิต 2 ราย สตูล 382 ราย เสียชีวิต 2 ราย ยะลา 620 ราย เสียชีวิต 1 ราย ปัตตานี 635 ราย นราธิวาส 701 ราย พัทลุง 331 ราย และตรัง 362 ราย เสียชีวิต 2 ราย โดยจำนวนผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกในพื้นที่ สคร.12 นั้น ติดอันดับ 3 ของประเทศ ส่วนในภาคใต้นั้น มีผู้ป่วยเป็นอันดับ 1 ประเทศ ส่วนจังหวัดสงขลา มีผู้ป่วยติดชาร์จ Top 10 ของประเทศ คือ อยู่ในอันดับที่ 6
นายปฐมพร พริกชู ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า โรคไข้เลือดออก เป็นโรคประจำถิ่นของประเทศ ลักษณะการระบาดนั้น เป็นแบบ 1 ปี เว้น 2 ปี โดยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานั้น มีสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 มาเกี่ยวข้องจึงอั้นไว้ ไม่มีการระบาด เนื่องจากไม่มีการเคลื่อนย้ายของประชาชน ในปีนี้จึงประเมินว่าจะมีการระบาดเทียบเท่ากับปี 2556 ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย ก็จะมีการระบาดที่อัตรา 250 ต่อแสนประชากร นั่นหมายถึงประชากร 1 แสนคน จะพบผู้ป่วย 250 คน
นายปฐมพรกล่าวต่อว่า โดยสถานการณ์ของโรคไข้เลือดออกปัจจุบันในพื้นที่เขต 12 อยู่ในลำดับที่ 3 ของประเทศ ที่กังวลคือเรื่องการพบผู้ป่วยจำนวนมาก มีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตมาก จึงต้องมีการเตรียมความพร้อม ทั้งในเรื่องของการควบคุม และการป้องกันการระบาดของโรค
นายปฐมพรกล่าวต่อว่า ซึ่ง ทาง สคร.12 ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขทั้ง 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ได้เชิญวิทยากรจากกรมการแพทย์ มาประชุมอบรมแพทย์เดือนมิถุนายน เพื่อเตรียมพร้อมให้กับแพทย์ เพราะเรามีสถานการณ์โควิด-19 ต่อเนื่องมา 2-3 ปีในช่วงนั้นไม่มีโรคไข้เลือดออกจึงต้องมีการฟื้นฟูแพทย์
นายปฐมพรกล่าวต่อว่า ส่วนในเรื่องความพร้อมของโรงพยาบาลนั้น มีความพร้อมทุกแห่งในการรับผู้ป่วย ไม่กังวลในเรื่องเตียงเต็ม สิ่งที่อยากจะเตือนประชาชนคือ หากมีอาการป่วย มีไข้ ให้รีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย อย่าไปซื้อยากินเอง เพราะอยู่ในช่วงระบาดของโรคไข้เลือดออก อาจจะทำให้อาการของโรครุนแรงมากขึ้น โดยได้ประสานงานร่วมกับเครือข่ายเภสัชกร ให้มีการสอบถามอาการของผู้ป่วย ในกรณีมาซื้อยาลดไข้ โดยเฉพาะในเด็กเพื่อลดความเสี่ยงต่ออาการรุนแรง โดยขณะนี้นั้นได้ใช้แนวทางในการเปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน หรือศูนย์ EOC ซึ่งจะมีหน่วยปฏิบัติทุกหน่วยมานั่งวางแผนการทำงานในการควบคุมโรค ซึ่งขณะนี้ได้เปิดครบทุกจังหวัดแล้ว
นายปฐมพรกล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ปัญหาที่พบในการปฏิบัติคือ ประชาชนยังไม่เข้าใจและไม่ให้ความร่วมมือเท่าที่ควร อาทิ การปฏิเสธไม่ให้เข้าไปฉีดพ่นสารเคมีกำจัดตัวแก่ยุงลายภายในบ้าน ไม่กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในบ้านเรือน ส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินการ ซึ่งต้องมีการทำความเข้าใจว่าพาหะนำเชื้อโรคไข้เลือดออก คือ ยุงลายที่อยู่ในบ้านเรือน ดังนั้นจึงต้องร่วมมือกัน ลดจำนวนลูกน้ำยุงลายให้เป็นศูนย์ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการระบาดในช่วงฤดูฝน หรือก่อนเดือนกันยายนนี้
นายปฐมพรกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม การประกาศใช้กฎหมาย หรือการประกาศเขตควบคุมโรคติดต่อนั้น เป็นอำนาจของอธิบดีกรมควบคุมโรค ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้มีการประกาศใช้แต่อย่างใด โดยสถานการณ์ในปัจจุบันแม้จะมีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นแต่ทางฝ่ายสาธารณสุข ยังสามารถดำเนินการควบคุมโรคได้ ในขณะเดียวกันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงประชาชนก็มีความตื่นตัวมากขึ้นด้วย


