ส.ก.ร่วมอภิปรายงบ’67 พบที่ผ่านมาทำโครงการล่าช้า – ขอเพิ่มอัตราบุคคลากร จัดสวัสดิการเหมาะสม – ชมการทำงบประมาณฐานศูนย์
เมื่อเวลา 13.20 น. วันที่ 26 กรกฎาคม ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง มีการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม ครั้งที่ 4 ประจำปีพุทธศักราช 2566 นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เสนอร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 (อ่านข่าว สภากทม.ผ่านงบ’67 วาระแรก 9 หมื่นล้าน ตั้งคณะกรรมการวิสามัญฯ พิจารณา 45 วัน)
นายชัชชาติ กล่าวว่า ได้จำแนกเป็นประมาณการรายรับ 90,946.23 ล้านบาท ประกอบด้วยประมาณการรายรับของ กทม. 90,000 ล้านบาท และประมาณการรายรับของการพาณิชย์ กทม. 946.23 ล้านบาท ประมาณการรายจ่าย 90,819.48 ล้านบาท ประกอบด้วย ประมาณการรายจ่ายของ กทม. 90,000 ล้านบาท และประมาณการรายจ่ายของการพาณิชย์ กทม. 819.48 ล้านบาท
จากนั้นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ได้ร่วมอภิปรายเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณของ กทม.ในด้านต่างๆ อาทิ
นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ส.ก.เขตจอมทอง กล่าวว่า การตั้งงบประมาณของกทม.ที่ผ่านมาเพื่อให้ประชาชนได้อยู่ดีกินดี งบประมาณกทม.เป็นแบบสมดุล รับเท่าไหร่จ่ายเท่านั้น แต่ยังพบความล่าช้าโครงการหลายหน่วยงาน อาทิโครงการของสำนักการโยธา นอกจากนี้ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ขอวสำนักสิ่งแวดล้อม การติดตั้งกล้อง CCTV ของสำนักการจราจรและขนส่ง และโครงการคอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนรู้ของสำนักการศึกษา เป็นต้น
“การแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาความคุ้มค่าของฝ่ายบริหารจะทำให้การขับเคลื่อนการทำงานเป็นไปได้ช้า และซ้ำซ้อนกับการทำงานของสภาที่ได้พิจารณาตรวจสอบ เนื่องกลั่นกรองงบประมาณไปแล้ว งบที่ผ่านไปแล้วจึงขอให้หน่วยงานรีบดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างทันที” นายสุทธิชัยกล่าว
นายสราวุธ อนันต์ชล ส.ก.เขตพระโขนง อภิปรายถึงการจัดสรรงบประมาณโดยคำนึงความสำคัญของภารกิจ การนำข้อมูลร้องเรียนจากทราฟฟี่ ฟองดูว์มากำหนดเป็นแผนการทำงานเพื่อจัดสรรงบแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

นายวิรัช คงคาเขตร ส.ก.เขตบางกอกใหญ่ ได้ตั้งข้อสังเกตเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับผู้ที่สัญจรบนทางเท้าและถนนในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยขอให้หน่วยงานของกรุงเทพมหานครได้บูรณาการการทำงานร่วมกัน และขอให้กรุงเทพมหานครได้ศึกษาประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณี และเส้นทางเดินเรือคลองบางกอกใหญ่เพื่อส่งเสริมเป็นแหล่งท่องเที่ยวของฝั่งธนบุรี
นายพีรพล กนกวลัย ส.ก.เขตพญาไท กล่าวว่า งบปีนี้จะได้ใช้ตามนโยบายของผู้ว่าฯ ปัจจุบันมากขึ้น โดยนโยบายที่เห็นว่าควรยกขึ้นมาทำก่อน ได้แก่ นโยบายการลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชนโดยจัดทำจุดจอดรถจักรยานเพื่อเชื่อมต่อการเดินทาง นโยบายการเพิ่มรถเมล์สายหลักและสายรอง โดยรถเมล์สายรองจะทำให้ประชาชนเชื่อมต่อกับระบบหลักได้และเป็นการใช้งบที่ไม่มาก นโยบายการจัดตั้ง Command centerโดยจัดสรรงบเพื่ออุดหนุนหน่วยงานอื่น เมื่อดำเนินการไปแล้วต้องติดตามการใช้จ่ายอย่างใกล้ชิด และนโยบายรถไฟฟ้าสายสีเขียวประชาชนต้องได้ประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้ฝ่ายบริหารต้องทำนโยบายให้ครบทุกข้อที่ประกาศไว้
นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก.เขตลาดกระบัง ร่วมอภิปรายเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรของกรุงเทพมหานคร เนื่องจากตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 มาตรา 35 ได้กำหนดเรื่องการจ่ายเงินเดือน ค่าจ้างของข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่นและลูกจ้าง ที่นำมาจากเงินรายได้ที่ไม่รวมเงินอุดหนุนและเงินกู้หรือเงินอื่นใดนั้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่งจะกำหนดสูงเกินกว่าร้อยละ 40 ของงบประมาณท้องถิ่นนั้นไม่ได้
“ที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 61 เป็นต้น กทม.ใช้งบประมาณในส่วนนี้ไม่ถึงร้อยละ 40 ในแต่ละปียังมีส่วนต่างที่ยังไม่ได้ใช้หลายพันล้านบาท แต่พบว่าบุคลากรหลายส่วนของ กทม.ยังมีไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน จึงสอบถามการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร หรือ ก.ก. ว่ามีแนวทางการพิจารณาอย่างไร การแก้ปัญหาโดยใช้การจ้างเหมารายบุคคลที่ทำอยู่จะทำให้บุคลากรไม่ได้รับสวัสดิการ ส่งผลให้เกิดปัญหาสมองไหล และข้าราชการโอนย้าย ซึ่งสำนักงาน ก.ก.ต้องนำหลักวิธีการสรรหา วิธีการพัฒนา และวิธีการรักษามาใช้ในการทำงานเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ สำหรับวิธีการสรรหา คือเมื่อทราบจำนวนผู้ที่เกษียณอายุราชการให้สำรวจตำแหน่งว่างและเปิดสอบล่วงหน้า รวมถึงการลดเพดานมาตรฐานข้อสอบ วิธีการพัฒนาโดยอบรมและประเมินบุคลากรอย่างต่อเนื่อง วิธีการรักษาโดยการจัดหาสวัสดิการให้มีความมั่นคง ก้าวหน้าในอาชีพ เมื่อแก้ปัญหาได้งานจะได้ไม่โหลด” นายสุรจิตต์กล่าว

จากนั้นส.ก.สุรจิตต์ ได้อภิปรายถึงการปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพตะวันออก เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียม
นายสัณห์สิทธิ์ เนาถาวร ส.ก.เขตวัฒนา กล่าวชื่นชมการจัดทำงบของกรุงเทพมหานครซึ่งในปีนี้จัดทำระบบงบประมาณแบบฐานศูนย์ เพราะจะเริ่มจากศูนย์ทุกปี เป็นการเรียงตามลำดับงานใหม่ทุกปี โดยพิจารณาจากผลลัพธ์ในปีที่ผ่านมา ซึ่งจะทำให้สามารถปรับเปลี่ยนงานได้ตามสถานการณ์แต่ละปี และส่งผลให้เกิดการใช้จ่ายงบประมาณที่มีประสิทธิภาพ
จากนั้นบรรดา ส.ก.ได้ร่วมอภิปรายประเด็นปัญหาในพื้นที่พร้อมเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหา และตั้งข้อสังเกตการจัดสรรงบประมาณของ กทม. เพื่อให้เกิดความคุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน ประกอบด้วย นายนภาพล จีระกุล ส.ก.เขตบางกอกน้อย นายณรงค์ รัสมี ส.ก.เขตหนองจอก นายเอกกวิน โชคประสพรวย ส.ก.เขตราชเทวี นางอนงค์ เพชรทัต ส.ก.เขตดินแดง นางกนกนุช กลิ่นสังข์ ส.ก.เขตดอนเมือง และนายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล ส.ก.เขตคลองสาน

