ยึด-ให้รื้อทิ้ง 3 รีสอร์ต-บ้านพักตากอากาศ รุก ลุ่มน้ำ 1เอ ผาหัวสิงห์ ภูทับเบิก

27.07.23 | 12:14 น.

ยึด-ให้รื้อทิ้ง 3 รีสอร์ต-บ้านพักตากอากาศ รุก ลุ่มน้ำ 1เอ ผาหัวสิงห์ ภูทับเบิก

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) สั่งการเร่งด่วนให้ นายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรี ทส. นายชีวะภาพ ชีวะธรรม หัวหน้าผู้ตรวจราชการ ทส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับรีสอร์ต บ้านพักตากอากาศ บริเวณผาหัวสิงห์ ท้องที่ ตำบลบ้านเนิน อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ กรณีมีนักท่องเที่ยวชี้เป้าว่า พบการก่อสร้างอาคารที่พักใกล้กับผาหัวสิงห์บริการนักท่องเที่ยว โดยมีการตั้งคำถามจากโลกออนไลน์ว่า การสร้างสิ่งปลูกสร้างอาคารที่พัก และแนวเขตพื้นที่ของรีสอร์ต ดำเนินการถูกต้องหรือไม่ และเป็นการบดบังทัศนียภาพอันสวยงามทางธรรมชาติของผาหัวสิงห์หรือไม่

เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ขยายผลดำเนินการตามอำนาจ หน้าที่ ระเบียบ และกฎหมาย โดยเฉพาะการเก็บบันทึกข้อมูล พยานหลักฐานทั้งหมด เพื่อเชื่อมโยงไปให้ถึงตัวผู้กระทำความผิด และนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เนื่องจากเป็นการกระทำที่ไม่เกรงกลัวกฎหมาย

Advertisement

โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง โดยตำรวจกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ได้ร่วมกับหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พช.18 (น้ำชุน) ชุดปฏิบัติการป่าไม้พิเศษเพชรบูรณ์ ฝ่ายปกครองอำเภอหล่มเก่า และอุทยานแห่งชาติเขาค้อ ลงพื้นที่ตรวจสอบการก่อสร้างรีสอร์ตที่กำลังดำเนินการก่อสร้างใหม่ 3 แห่ง บริเวณใกล้กับผาหัวสิงห์ ภูทับเบิก แต่ไม่พบผู้กระทำผิด จึงได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรหล่มเก่า

จากการตรวจสอบพบว่า สิ่งปลูกสร้างที่กำลังดำเนินการก่อสร้างทั้ง 3 แห่ง อยู่ในพื้นที่ป่าตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้พุทธศักราช 2484 และเป็นพื้นที่คุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่ 1เอ และจากการตรวจสอบข้อมูลการดำเนินงานสำรวจถือครองตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 ปรากฏว่า ไม่มีผลการดำเนินงานสำรวจรังวัด และขึ้นทะเบียนบุคคลตามมติมติคณะรัฐมนตรีแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังไม่มีผู้ใด หรือหน่วยงานใดของรัฐได้รับอนุญาตตามมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้พุทธศักราช 2484 ตรวจสอบพื้นที่ไม่พบว่าอยู่ในพื้นที่ดำเนินการตามพระราชบัญญัติปฏิรูปที่ดิน และพื้นที่ขอใช้ประโยชน์ของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

นายยุทธพลกล่าวว่า จากการลงพื้นที่พบว่าจุดที่มีการบุกรุก ถือว่ามีความสำคัญต่อการท่องเที่ยวและด้านสิ่งแวดล้อม ตัวผาหัวสิงห์อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ ส่วนพื้นที่ทางเข้าโดยรอบอยู่ในเขตความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ ไม่ได้อยู่ในเขตพื้นที่ขอใช้ประโยชน์ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อยู่ในพื้นที่หน้าผาที่มีความลาดชันในเขตต้นน้ำชั้น 1เอ ซึ่งจะไม่มีการอนุญาติให้มีก่อสร้างในเขตนี้ตามหลักวิชาการ ซึ่งในบริเวณพื้นที่ดังกล่าวเคยมีการบุกรุกมาแล้ว และมีการจับกุมดำเนินการคดีและใช้คำสั่ง คสช.ที่ 35/2559 โดยผ่านความเห็นชอบจากจังหวัดเพชรบูรณ์ดำเนินการรื้อถอน

นายยุทธพลกล่าวว่า ครั้งนี้ก็จะยึดแนวทางแบบเดิมในการดำเนินการตามที่คณะทำงานให้ความเห็นชอบให้รื้อถอนออกไป ในส่วนของคดีความที่มีการจับกุมจำนวน 3 คดี ที่เป็นรีสอร์ตขนาดใหญ่ เท่าที่เห็นน่าเป็นห่วงในด้านสภาพแวดล้อมและหลักทางวิศวกรรม ซึ่งล่าสุดชุดพญาเสือ ชุดพยัคฆ์ไพร ได้ขยายผลเพิ่มเติมทราบชื่อผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว จะต้องเร่งจัดทำสำนวนเพิ่มเติมให้พนักงานสอบสวนดำเนินการต่อไป เพื่อขยายผลให้ถึงที่สุดกับกลุ่มบุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง และในระยะต่อไปได้มอบแนวทางให้กรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมจัดทำแผนเชิงรุกในการออกลาดตระเวน โดยกำหนดให้ผาหัวสิงห์ภูทับเบิก เป็นพื้นที่พิเศษที่ต้องมีแผนงานที่มีประสิทธิภาพ ป้องกันไม่ให้มีการบุกรุกในลักษณะแบบนี้อีก

สำหรับแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่โดยภาพรวมของภูทับเบิก ทส. จะประสานกับจังหวัดเพชรบูรณ์ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อกำหนดแนวทางให้ชัดเจนตามแผนงานที่วางไว้ในการบริหารจัดการพื้นที่ เพื่อเอื้ออำนวยประโยชน์ต่อการอยู่อาศัย ทำกินในรูปแบบต่างๆ ทั้งรีสอร์ต เกษตรกรรม ที่พักอาศัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และนักท่องเที่ยวผู้มาใช้พื้นที่ให้มากที่สุด โดยจะให้ความสำคัญด้านการโซนนิ่งพื้นที่ตามหลักวิชาการให้มากที่สุด

นายยุทธพลกล่าวว่า สำหรับพื้นที่ภูทับเบิก ได้มอบให้นายชีวะภาพ ประสานการปฏิบัติรวบรวมข้อมูลประเด็นปัญหา แนวทางการบริหารจัดการ เพื่อสรุปนำเสนอ นายวราวุธ ศิลปอาชา ต่อไป