หน้าแรก ในประเทศ ขอนแก่นสั่งหน...

ขอนแก่นสั่งหน่วยงานเข้มป้องกันอุบัติเหตุ ลั่นตลอด 7 วันอันตราย ต้องไร้เจ็บ-ตาย

29.12.16 | 15:55 น.

วันที่ 29 ธันวาคม 2559 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่บริเวณริม ถ.มิตรภาพ สี่แยกประตูเมืองเส้นทางฝั่งขาล่องมุ่งหน้าไป จ.นครราชสีมา เขตเทศบาลนครขอนแก่น นายพงษ์ศักดิ์ ปรีชาวิทย์ ผวจ.ขอนแก่น เป็นประธานเปิดโครงการจัดตั้งศูนย์อาชีวะอาสา เทศกาลปีใหม่ 2560 ให้เป็นจุดบริการและศูนย์ปฏิบัติการร่วมเพื่อเฝ้าระวังการเกิดอุบัติเหตุและให้บริการประชาชนในช่วงเฝ้าระวัง 7 วันอันตรายเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 29 ธ.ค. 2559 – 4 ม.ค.2560  เพื่ออำนวยความสะดวกและให้บริการประชาชนตามมาตรการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางถนนที่ทุกจังหวัดจะต้องถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า จากสถิติของการเกิดอุบัติเหตุใน จ.ขอนแก่น ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559 ที่ผ่านมา ในช่วงเทศกาลรวม 32 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 30 คน เสียชีวิต 6 คน ดังนั้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 จังหวัดมีเป้าหมายอุบัติเหตุต้องไม่เกิดขึ้น ไม่มีคนเจ็บ และ เสียชีวิต ถ้ามีก็ให้น้อยที่สุดกว่าทุกปีที่ผ่านมา ดังนั้นทางจังหวัดมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติตามคำสั่งและดำเนินการตามแผนการดำเนินงานอย่างเต็มที่โดยเฉพาะการคุมเข้มผู้ขับรถขณะเมาสุราและการไม่สวมหมวกนิรภัยที่เน้นหนักไปในเส้นทางถนนสายรอง เชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้าน อำเภอ ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

ด้าน พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รอง ผบช.ภ.4 กล่าวว่า พื้นที่ 12 จังหวัดภาคอีสานตอนบนสถานีตำรวจทุกแห่งจะต้องเพิ่มความเข้มงวดทั้งในเรื่องของการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุควบคู่ไปกับการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินรวมไปถึงปัญหาอาชญากรรมที่อาจจะเกิดขึ้นช่วงจัดกิจกรรมเคานต์ดาวน์ หรือตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ โดยกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายและทุกสายงานห้ามลา ห้ามขาดของอย่างเด็ดขาดเพื่อมาทำหน้าที่บริการประชาชนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยมั่นใจว่า กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 30,000 นาย ในพื้นที่ 12 จังหวัดภาคอีสานตอนบน จะสามารถรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินรวมไปถึงการอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ ให้กับประชาชนได้อย่างทั่วถึง

“นอกจากนี้โครงการ ′ฝากบ้านไว้กับตำรวจในช่วงเทศกาลปีใหม่′ เจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ละพื้นที่ที่รับผิดชอบโครงการต้องลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมบ้านประชาชนในโครงการอย่างเข้มงวดที่สุด เน้นให้ใช้เทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน จัดหามาตรการทุกรูปแบบป้องกันการเกิดอาชญากรรม   นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องมีมาตรการการดูแลและอำนวยความสะดวกในด้านการจราจรให้ประชาชนในด้านป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่มักจะเกิดอุบัติเหตุบนถนนสายหลัก และ สายรอง โดยตำรวจต้องตั้งจุดตรวจบูรณาการร่วมงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้จุดบริการประชาชน เพื่อเป็นการชะลอความเร็วของรถ ส่วนจุดกลับรถที่ลงจากทางลาดชัน จุดตัดทางร่วมทางแยกเข้าเขตชุมชน จุดทางเบี่ยงเข้าเขตชุมชน นอกจากนี้ด้านป้องกันอาชญากรรมและการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยมุ่งเน้นการปราบปรามคดีเกี่ยวกับชีวิต ร่างกาย และเพศ คดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ ที่อาจเกิดขึ้นตามสถานีขนส่ง สถานที่พักผู้โดยสาร แหล่งท่องเที่ยว หรือสถานที่ที่มีการจัดงานหรือจัดกิจกรรมรื่นเริงและมีประชาชนไปร่วมงานเป็นจำนวนมาก” รอง ผบช.ภ.4 กล่าว

 

Advertisement