กลุ่มผู้เสียหายเเจ้งความกองปราบถูกบริษัทโฆษณาหลอกลงทุนให้ซื้อเเพคเกจเสียหายนับสิบล้าน อ้างมีคอนเเทคเฟซบุ๊กยิงเเอดโฆษณาราคาถูกสุดท้ายเบี้ยว
เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม นายชูศักดิ์ อาทรวรางกูร ทนายความผู้รับมอบอำนาจนำกลุ่มผู้เสียหายประมาณ 9-10 รายจะเดินทางไปร้อง กองบังคับการกองปราบปรามเพื่อเเจ้งความดำเนินคดีที่กลุ่มผู้เสียหายถูกบริษัทที่เป็นผู้ผลิต และผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าประเภทสื่อและโฆษณา โดยการทำคลิป, ยิงแอด ชื่อดังย่านลาดพร้าวฉ้อโกงฯ หลอกลงทุนลักษณะให้ซื้อเเพคเกจ โดยหลอกว่า คอนแทคกับสื่อสังคมออนไลน์เจ้าใหญ่ สามารถยิงแอดโฆษณาในราคาที่ถูก โดยใช้คนมีชื่อเสียงนักร้องชื่อดังเป็นพรีเซ็นเตอร์ ภายหลังได้เงินผู้เสียหายไปเเต่ไม่สามารถทำได้ซ้ำยังหลอกผู้เสียหายให้ชักชวนเป็นลูกโซ่ เเถมเเพคเกจพาเที่ยวต่างประเทศ โดยคดีมีผู้เสียหายเกือบ 100 ราย ความเสียหายไม่ต่ำกว่าหลายสิบล้านบาท
นายชูศักดิ์ กล่าวว่า วันทางกลุ่มผู้เสียหายบางส่วนได้มาร้องที่กองบังคับการปราบปราม เกี่ยวกับบริษัทแห่งหนึ่งที่มาแนะนำให้ซื้อบริการการค้าสื่อออนไลน์แต่กลับไม่ได้ทำตามที่เสนอแล้วมีผู้เสียหายจำนวนมากหลาย 10 คนรวมๆ แล้วเกือบ 100 ราย โดยวันนี้มีผู้เสียหายติดต่อกันมาบางส่วนร่วม 10 กว่าคนในกลุ่มนี้ รวมมูลค่าหลายล้านบาท มาแจ้งความเบื้องต้นให้ทางตำรวจสืบสวนสอบสวนในส่วนของผู้กระทำผิด ที่เป็นในส่วนของบริษัท โดยบริษัทที่แจ้งที่ชักชวนให้ผู้เสียหายหลงเชื่อโดยมีการแสดงความน่าเชื่อถือมากก็คือได้มีการเชิญชวนชักนำสื่อโฆษณามีการให้ไปดูสตูดิโอมีการนำนักแสดงนักร้องหรือบุคคลเกี่ยวกับสื่อที่น่าเชื่อถือและยังมีการเสนออบรมบรรยายสัมมนาให้ดูมีความเชื่อถือในองค์กรในบริษัทจะเข้าร่วมและซื้อ เเพคเกจเพื่อให้สินค้าของแต่ละผู้เสียหายได้รับการโฆษณาไปยังผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าและบริการของเหล่าผู้เสียหาย โดย แพคเกจจะมีหลากหลายเบื้องต้นก็คือมีตั้งแต่ 5หมื่นบาท 1 เเสนบาท เเละ 2 เเสนบาท เเละมีเเพคเกจเเบบหลายแสนบาท นอกจากนี้ ยังมีการแจ้งว่าจะมีการให้เปิดเป็นไวรัลประจำจังหวัดคือสามารถเป็นสถานีไลฟ์สดและโฆษณาเชิญชวน ให้ผู้บริโภคมาซื้อสินค้ากับผู้เสียหาย ซึ่งความเสียหายแต่ละรายก็มีมูลค่าตั้งแต่คนละหลายแสนบาท โดยคนที่มาวันนี้รวมมูลค่าค่าเสียหายน่าจะรวมกันกว่าหลาย 10 บาทล้านขึ้นไป ซึ่งที่กลุ่มผู้เสียหายหลงเชื่อเพราะเเต่ละคนไม่มีความชำนาญในสื่อโซเชียลมีเดียและไม่ใช่เป็นผู้ผลิตโปรดักชั่นที่น่าสนใจแต่บริษัทดังกล่าว อ้างว่ามีคอนแทคเฟซบุ๊ก หรือการติดต่อบริษัทชั้นนำ เเละมีการบอกว่าในมีคอนแทคสามารถซื้อเเพคเกจเปิดการมองเห็นในราคาถูกกว่าทั่วไป ผู้เสียหายก็เลยตัดสินใจด้วยเหตุนี้ โดยหลังจากเเจ้งความวันนี้พนักงานสอบสวนบังคับการกองปราบปรามได้รับเป็นคดีเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องต่อไป
นางจิราพร กาญจนวัฒนกูล ผู้เสียหายกล่าวว่าตนมีอาชีพอินฟลูเอนเซอร์ ต้องการสร้างตัวตนเพื่อเราจะได้ขายสินค้าอะไรก็ได้และโฆษณา ซึ่งที่คุยกันมาเห็นการถ่ายทำต่างๆ เห็นว่าตรงนี้ราคาไม่แพงด้วยและน่าเชื่อถือ ทำให้มั่นใจด้วยเพราะบริษัทบอกว่าได้ร่วมมือกับยักษ์ใหญ่ทั้งไทยและต่างประเทศด้วยโดยส่วนตัวโดนไปประมาณ 1.6 เเสนบาท
นายปฏิยัตต์ โยธินพรชัย อาชีพอาจารย์สอนเกี่ยวกับการเกษตรเเละผู้ขายสินค้าการเกษตรผู้เสียหายกล่าวว่า ไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องการทำสื่อโซเชียลและได้ถูกชักชวนจากเพื่อน ให้เข้าไปดูบริษัทที่ทำคือสื่อโฆษณาก็ได้เห็นผลงาน ก็ดูน่าเชื่อถือ เเพตเกจเเรกคือการถ่ายทำโฆษณาเเละเปิดการมองเห็นที่ 1 ล้านวิวในราคา 2 เเสนบาทเเละหลังจากนั้นก็ได้มีการเซ็นสัญญา ระหว่างนั้นก็มีการขายโดยบอกว่าตนเป็นอาจารย์สามารถจัดรายการได้ก็เลยเสนอในเรื่องของสตูดิโอเป็นสาขาแฟรนไชส์ ตนก็สนใจเพราะอ้างว่าสามารถเปิดการมองเห็นทีละเเสนคน เเละบริษัทมีการคอนเเทคกับบริษัทยักษ์ใหญ่สื่อออนไลน์จึงตัดสินใจซื้อแฟรนไชส์อีก 9 เเสนบาท หลังจากนั้นก็ติดต่อให้ตนไปถ่าย เเต่สุดท้ายกลับไม่ได้อะไรเลย สุดท้ายเสียไป 1.1 ล้านบาท เเต่ถึงเวลาบริษัทก็ไม่ได้ทำอะไร เอาเงินไปเเล้วก็เชิดเงินผลัดวันไปเรื่อยเเละปิดเบอร์โทรศัพท์หนี จริงๆ ที่มาเเจ้งความวันนี้ก็ไม่ได้หวังว่าจะได้เงินคืน เเต่ไม่อยากให้ไปหลอกลวงคนอื่น เพราะได้ข่าวว่าเเอบไปเปิดบริษัทขึ้นมาใหม่อีก 2 ที่ โดยใช้วิธีรูปเเบบเดิมๆ ก็อยากบอกให้คนที่จะจ้างทำโฆษณาควรต้องพิจารณาบริษัทที่เราจ้างให้ดีๆ เคสนี้ตนหวังให้ดำเนินคดีถึงที่สุดในข้อหาฉ้อโกงประชาชน
น.ส.อาณดา ถิ่นมีผล ผู้เสียหาย กล่าวว่าเป็นคุณครูสายอาชีพสอนนวดหน้า อยากสร้างตัวตนเพื่อโปรโมตอาชีพที่หลงเชื่อเข้ามาซื้อเเพตเกจเพราะว่าตอนเปิดตัวบริษัทมีทั้งสื่อต่างๆที่รำเสนอ ที่ตั้งสตูดิโอมีความสมบูรณ์เเบบ เเต่สิ่งที่เราได้รับมันกลับกันมาก ตนไม่ได้อะไรสักอย่างตามที่สัญญา การที่ตนลงทุนไปก็ไม่อยากให้ใครต้องมาโดนเเบบตน
“ไม่ว่าจำนวนเงินจะมากหรือน้อยเเต่ทุกคนมีความฝันทำเเบบนี้กับประชาชนมันเป็นการหลอกลวงชัดๆ เขาบอกสามารถทำให้เรามีตัวตนในสังคม เขาบอกเขามีคอนเน็กชั่นกับติ๊กต๊อกกับเฟซบุ๊ก สิ่งที่เขาโชว์เรามันสวยงามมาก เราทำเองไม่ได้เเน่ การเปิดตัวบริษัทมีสื่อมวลมาสัมภาษณ์ มีคนดังมาเราเลยลงทุนซื้อ” น.ส.อาณดา กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายละเอียดการเเจ้งความร้องทุกข์ผู้เสียหายได้ร่วมกันร้องว่า
1.บริษัท ผู้กระทำความผิดเป็น บริษัทที่เป็นผู้ผลิต และผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าประเภทสื่อและโฆษณา โดยการทำคลิป, ยิงแอด
2.มีพฤติกรรม คือเจตนาทุจริต โดยการแอบอ้าง และแสดงพฤติการณ์ ว่ามีคอนแทค/คอนเน็กชั่น /และเป็นพาร์ตเนอร์หรือเป็นหุ้นส่วน กับบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีชื่อเสียง 2 บริษัท (ซึ่งทั้ง 2 บริษัทนี้ เป็นบริษัทที่ติดอันดับประเทศในการผลิตสื่อและโฆษณา) แต่ข้อเท็จจริงคือ บริษัทดังกล่าว ใช้วิธีการเช่าสถานที่ประกอบการของบริษัทยักษ์ใหญ่ดังกล่าว พร้อมทั้งเชิญผู้บริหารของบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งสองมาร่วมในงานเปิดตัว (ซึ่งทราบในภายหลัง )
3.บริษัทดังกล่าวนั้นมีเพจเฟซบุ๊ก มีสถานที่ตั้ง มีเว็บไซต์ เป็นที่แน่นอน และยืนยันว่ามีตัวตนจริง จึงทำให้ผู้เสียหายเกิดความเชื่อถือ
4.บริษัทดังกล่าว ได้ทำการเปิดตัวและนำเสนอผลิตภัณฑ์ต่อสาธารณชน ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและได้เข้าทำสัญญา ซึ่งในการทำสัญญานั้น ได้ให้ผู้เสียหายโอนเงินให้ครบตามจำนวนในสัญญาในคราวเดียวกัน พร้อมทั้งให้ทำสัญญา ที่เรียกว่า “สัญญาตัวแทน” โดยไม่ได้ทำสัญญาซื้อขาย/สัญญาว่าจ้าง-รับจ้าง แต่อย่างใด
5.บริษัท ได้เสนอขาย แพคเกจ ดังนี้
– แพคเกจ 50000
– แพคเกจ 100,000
– แพคเกจ 200,000 (ซึ่งในแพคเกจมีรายละเอียดงานคือ ทำคลิป, ยิงแอด, เปิดการมองเห็น)
และมีข้อเสนอว่าจะได้% จากการเชิญชวนบุคคลอื่นมา และมีสิทธิพิเศษได้เที่ยวต่างประเทศ ถ้าทำยอดได้
6.เมื่อผู้เสียหายซื้อแพ็กเกจแล้ว ปรากฏว่า บริษัท ไม่ได้ทำคลิปให้, ไม่ยิงแอด, ไม่ได้เปิดการมองให้เห็นแต่อย่างใด ซึ่งบริษัททำได้งานตามสัญญาได้เพียงบางส่วน ซึ่งยังไม่เสร็จ ครั้นเมื่อทวงถามเรื่องงานตามสัญญา กลับตอบบอกผลัดเลื่อนออกไปเรื่อยๆ จนไม่สามารถติดต่อได้
7.วิธีการหลอก คือ ก่อนหน้าที่จะไม่สามารถติดต่อได้นั้น ยังคงมีการตามงาน ทักทายกันและทำงานบางส่วนให้อยู่ แต่อาศัยอ้างว่ามีการแก้ไขงานเรื่อยๆ ครั้นเมื่อผู้เสียหายชักชวนบุคคลอื่นมาซื้อแพคเกจพอซื้อแพคเกจแล้ว ก็จะใช้วิธีการเช่นนี้เรื่อยๆ ทุกครั้ง ซึ่งเป็น “วิธีใช้เหยื่อล่อปลา
8.สิ่งที่ผู้เสียหายคิดในขณะนั้น คือ มีคุ้มค่าที่จะใช้บริการตามแพ็กเกจที่ บริษัทดังกล่าว ได้นำเสนอ อีกทั้งมีความน่าเชื่อถือ เนื่องจากบริษัทมีตัวตนจริง แต่กลับหลอกผู้เสียหายว่า มีใบอนุญาตผู้ประกอบการถูกต้อง/มีคอนเนคชั่นกับเฟสบุ๊ค ว่าสามารถยิงแอดได้มากกว่าและมีราคาถูก ซึ่งปกติยิงแอดเองได้แอดละ 3 บาท แพคเกจที่ บริษัท มี เมิร์จ คอร์ปอเรชั่น จำกัด นำเสนอจึงคุ้มค่า และน่าลงทุน
9.ผู้เสียหายจึงได้มาร้องทุกข์กล่าวในวันนี้ เพราะบริษัท มี เมิร์จ คอร์ปอเรชั่น จำกัด มีพฤติกรรมฉ้อโกงดังกล่าว


