‘บิ๊กโจ๊ก’ เร่งรัดคดี หลังผู้เสียหายนับ 10 ร้องถูกเต็นท์รถหลอกรับจำนำรถ แล้วเต็นท์นำไปจำนำต่อ
จากกรณีที่มูลนิธิวินวินได้พากลุ่มผู้เสียหายจำนวนกว่า 10 ราย เดินทางเข้าเรียกร้องขอความเป็นธรรม ที่สโมสรตำรวจกับ พล.ต. อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือบิ๊กโจ๊ก รอง ผบ.ตร. จากการไปจำนำรถยนต์ที่เต็นท์แห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี ที่เจ้าของเต็นท์รับจำนำได้เปลี่ยนแปลงสัญญาเพิ่มวงเงินมากกว่าในสัญญา และจำนำต่อไปยังบุคคลอื่น ถึงวันที่ผู้ครอบครองรถไถ่ถอนเต็นท์ดังกล่าวไม่สามารถนำรถมาคืนได้เพราะรถได้หลุดจำนำไปแล้ว เนื่องจากผู้รับจำนำได้นำรถดังกล่าวไปจำนำต่อกับนายทุน แต่ไม่จ่ายดอกเบี้ยและต้นให้นายทุน ทำให้มีผู้เสียหายกว่า 10 รายที่ไม่สามารถตามรถคืนได้
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 5 สิงหาคม ที่ สภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี นายดลชนก บุณโยทยาน รองประธานมูลนิธิวินวิน ได้พากลุ่มผู้เสียหายกว่า 10 ราย เดินทางเข้าแจ้งความและสอบปากคำเพิ่มเติมในกรณีที่แจ้งความไว้แล้ว เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.นภธร วาชัยยุง ผกก.สภ.บางศรีเมือง เพื่อให้สอบปากคำพร้อมรวบรวมพยานหลักฐานเร่งรัดคดีและเตรียมออกหมายจับเพื่อติดตามตัว น.ส.หนิง (นามสมมุติ) เจ้าของเต็นท์รถแห่งหนึ่ง ถนนรัตนาธิเบศร์ ต.ไทรม้า อ.เมืองนนทบุรี มาดำเนินคดี
จากการตรวจสอบประวัติเต็นท์รถดังกล่าวพบว่าเปิดรับซื้อขายและจำนำรถตั้งแต่เมื่อประมาณต้นปี 2564 หลังจากนั้นได้ปิดตัวลงปลายปี 2564 ซึ่งเปิดได้เพียง 6 เดือน โดยมีการโฆษณาผ่านทางเฟซบุ๊ก รับจัดไฟแนนซ์ รับจำนำรถ ทำให้ผู้เสียหายจำนวนมากที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินนำรถยนต์ไปจำนำไว้ในวงเงินไม่สูงมาก แต่ทางเต็นท์ได้มีการนำรถของผู้เสียหายไปจำนำต่อกับนายทุนในวงเงินที่สูงกว่า เมื่อถึงเวลาที่ผู้เสียหายต้องการไถ่รถคืน ทางเต็นท์รถอ้างว่าไม่สามารถติดต่อนายทุนได้
น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี ตัวแทนผู้เสียหายที่จำนำรถ กล่าวว่า จากกรณีที่ผู้เสียหายนำรถไปจำนำที่เต็นท์รถแห่งหนึ่งย่านถนนรัตนาธิเบศร์ ในราคาไม่มาก แต่เต็นท์รถนำรถไปจำนำต่อกับนายทุนในราคาที่สูงกว่า 2-3 เท่า ในขณะที่ผู้เสียหายยังส่งดอกเบี้ยตามปกติ แต่เต็นท์รถก็ไม่ได้ส่งดอกต่อให้นายทุน จากนั้นเมื่อถึงเวลาไถ่ถอน เต็นท์ได้ให้ผู้เสียหายโอนเงินไถ่ถอนให้ จากนั้นนัดรับรถคืนภายใน 2 วัน เมื่อถึงเวลารับรถกลับไม่ได้รถ โดยเต็นท์เลื่อนวันรับรถออกไปเรื่อยๆ
น.ส.เอ (นามสมมุติ) กล่าวว่า จนในที่สุดผู้เสียหายต้องแจ้งความดำเนินคดี ตอนนี้รวบรวมผู้เสียหายได้ทั้งหมด 15 คน ทยอยแจ้งความดำเนินคดีแล้ว แต่เต็นท์ทราบเรื่องการแจ้งความก็มีการข่มขู่ผู้เสียหายบางคนว่าถ้ามีการแจ้งความจะไม่คืนเงินให้ ทำให้ผู้เสียหายบางคนยังไม่เดินทางเข้าแจ้งความ เมื่อวานจึงได้รวมตัวกันไปร้องเรียน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือบิ๊กโจ๊ก รอง ผบ.ตร. และได้มีคำสั่งให้เข้าแจ้งความที่ สภ.บางศรีเมือง เพื่อให้สอบปากคำและสั่งให้ออกหมายจับทันที ตอนนี้รถของผู้เสียหายบางคันยังพบอยู่ แต่บางคันไม่รู้ว่ารถถูกเคลื่อนย้ายไปไหน ทางนายทุนอาจมีการขายรถออกไปแล้วเพราะนายทุนเองก็ไม่ได้รับดอกเบี้ย และติดต่อเจ้าของรถเองไม่ได้ ตอนนี้ติดต่อเต็นท์รถไม่ได้แล้ว หรือบางคนติดต่อได้ก็มีการบ่ายเบี่ยงเป็นวันอื่นเรื่อยไป
นายดลชนก บุณโยทยาน รองประธานมูลนิธิวินวิน กล่าวว่า วันนี้ได้พาผู้เสียหายที่จำนำรถกับเต็นท์ดังกล่าวเข้าแจ้งความและรวบรวมคดีทั้งหมดให้เป็นคดีเดียวกัน เพื่อให้เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน ผู้เสียหายทั้งหมดตอนนี้ประมาณ 10 คนที่ตามได้ ความเสียหายที่เกิดขึ้นของแต่ละคนเท่ากับมูลค่ารถที่นำไปจำนำ ซึ่งตอนนี้ไม่รู้ว่ารถอยู่ที่ไหน อยากฝากถึงคนที่ต้องการจะนำรถไปจำนำให้เช็กให้ดีว่าเต็นท์ที่จะไปจำนำเป็นเจ้าของจริงหรือเปล่า พร้อมทั้งตรวจสอบสัญญาให้ดี พฤติการณ์ของเต็นท์รายนี้จะรับจำนำรถที่ขอวงเงินน้อย จากนั้นเต็นท์ก็จะนำรถคันที่รับจำนำไว้ไปเพิ่มวงเงินกับนายทุน พอถึงวันที่ถ่ายถอนเต็นท์กลับไม่มีเงินไปถ่ายถอนจากนายทุน ตอนนี้กำลังไล่เช็กว่ารถแต่ละคันอยู่ที่ไหนบ้าง บางคันโดนใบสั่งทางหลวงก็แสดงว่ารถยังอยู่ซึ่งกำลังตาม
พ.ต.อ.นภธร วาชัยยุง ผกก.สภ.บางศรีเมือง กล่าวว่า เต็นท์นี้เปิดเมื่อต้นปี 2564 และปิดไปเมื่อปลายปี 2564 เปิดทำการแค่ครึ่งปี เต็นท์นี้มีการเปิดโฆษณาทางโซเชียลรับจำนำรถ รีไฟแนนซ์รถ และปิดไฟแนนซ์รถ จากพฤติการณ์น่าจะเข้าข่ายข้อหาฉ้อโกงประชาชน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสอบปากคำผู้เสียหายทั้ง 10 คน เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเตรียมขออนุมัติหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน และดำเนินคดีเจ้าของเต็นท์ต่อไป


