บิ๊กโจ๊ก ชี้ 2 เจ้าของโกดังพลุ ติดต่อขอมอบตัว เหตุกลัวถูกรุมประชาทัณฑ์ สารภาพนำเข้าจากจีน

5.08.23 | 19:49 น.

บิ๊กโจ๊ก สั่งสอบเข้ม เส้นทางนำเข้า ‘พลุ’ จากจีน หลัง 2 ผัวเมียรับสารภาพ ชี้ติดต่อขอมอบตัว เหตุกลัวถูกรุมประชาทัณฑ์

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้าเหตุโกดังพลุระเบิดในพื้นที่ชุมชนตลาดมูโนะ จังหวัดนราธิวาส จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตหลายรายและบาดเจ็บอีกจำนวนมาก ว่า

เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาตำรวจมาเลเซียได้ควบคุมตัว นายสมปอง ณ พล หรือ ‘เสี่ยไหว’ พร้อมด้วย นางสาวปิยะนุช พึ่งวิรวัฒน์ หรือ ‘เจ๊หลิน’ สองผัวเมียเจ้าของโกดังเก็บพลุที่ระเบิดมาส่งให้ทางการไทยบริเวณด่านพรมแดนสะเดา จังหวัดสงขลา

โดยมีเจ้าหน้าที่หน่วยงานฝ่ายความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจ, ทหาร, เจ้าหน้าที่ ตม.และตำรวจ สภ.มูโนะ เดินทางไปรอรับมอบตัว ก่อนควบคุมตัวทั้งสองคนไปบันทึกการจับกุมและทำระเบียนประวัติตามขั้นตอนของผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับ

ล่าสุดจากการสอบปากคำทั้งสองคนให้ประโยชน์ต่อคดี โดย รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ว่าซื้อสินค้ามาจากประเทศจีน มีการขนส่งอย่างไร ขนย้ายอย่างไร ข้ามด่านด้วยวิธีไหน ซึ่งจากการสอบถามผู้บังคับการจังหวัดนราธิวาสได้รับรายงานว่า การให้ปากคำของผู้ต้องหาทั้งสองคนเป็นประโยชน์อย่างมาก

Advertisement

ส่วนกรณี การสอบสวนขยายผลดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทุจริตต่อหน้าที่ หลังสังคมเกิดความสงสัยและติดใจในจำนวนของว่าทำไมจึงมีปริมาณมากขนาดนี้ ซึ่งจากการสืบสวนพบว่าในที่เกิดเหตุมีพลุมากถึง 400-500 กิโลกรัม ทั้งที่มีหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องต้องดูแลถึง 5-6 หน่วยงาน อาทิ กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข

ว่าจากนี้ไปต้องไล่ตรวจสอบตั้งแต่ต้นทางตั้งแต่ขั้นตอนของการนำเข้าว่าได้สำแดงการนำเข้าถูกต้องหรือไม่ มีการจดแจ้งจำนวนที่นำเข้ามาถูกต้องหรือไม่ ขั้นตอนการขนส่งมีวิธีการขนส่งอย่างไร มีการอนุญาตจากขนส่งหรือไม่

เช่น การขนย้ายจากแหลมฉบังไปโรงงานที่บางกล่ำที่ จ.สงขลา หรือขนย้ายจากบางกล่ำไปที่ จ.นราธิวาส ซึ่งเชื่อว่าขั้นตอนการขนย้ายไม่ถูกต้อง แม้แต่โกดังที่เกิดเหตุมีการขออนุญาตเป็นสถานประกอบการแต่ในใบอนุญาตไม่ได้ระบุว่าเป็นการประกอบการอะไร

ดังนั้น เจ้าหน้าที่ทั้ง 5 หน่วยงานจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ จะอ้างว่าไม่มีคนแจ้งจึงไม่ทราบไม่ได้ เพราะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทำการดูแลจึงต้องทำการตรวจสอบว่าสถานประกอบการดังกล่าวดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

ส่วนกรณีที่หลายคนสงสัยว่าที่ผู้ต้องหาติดต่อขอมอบตัวอาจมีการตกลงเงื่อนไขกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเรื่องการขอประกันตัวนั้น รอง ผบ.ตร.ยืนยันว่า ไม่มีเงื่อนไขดังกล่าวอยู่ในเงื่อนไขการประกันตัวแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ เผยด้วยว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ได้ประสานมาที่ตนโดยตรงว่าจะเข้ามอบตัว เนื่องจากกลัวว่าถ้าไปมอบตัวเองจะถูกชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์