วันที่ 30 ธันวาคม 2559 ที่ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อุตรดิตถ์ นายสราวุธ บุญเกตุ ทำหน้าที่ประธานการประชุมสภา อบจ.อุตรดิตถ์ สมัยวิสามัญ สมัยที่ 7 ประจำปี 2559 มีสมาชิก อบจ.อุตรดิตถ์เข้าร่วมประชุม 23 คน นายชัยศิริ ศุภรักษ์จินดา นายก อบจ.อุตรดิตถ์ ยื่นญัตติขออนุมัติจ่ายขาดเงินสะสมจำนวน 70 ล้านบาทต่อสภา อบจ.อุตรดิตถ์เพื่อพิจารณา แต่หลังจากนายชัยศิริแจงรายละเอียดของโครงการที่ขออนุมัติเงินสะสมจ่ายขาดมาใช้นั้น โดยโครงการปรับปรุงซ่อมแซมถนนในพื้นที่ อ.พิชัย อ.ท่าปลา และ อ.ทองแสนขัน เป็นที่ทราบว่าทั้ง 3 พื้นที่เป็นพื้นที่ของคนสนิทของคณะผู้บริหาร อบจ.อุตรดิตถ์ จากนั้นนายสราวุธให้สมาชิก อบจ.อุตรดิตถ์ยกมือเพื่อลงมติ ปรากฏว่าให้ผ่าน 5 เสียง และไม่ให้ผ่านสภา 18 เสียง โดยใน 18 เสียงนั้นเป็นสมาชิก อบจ.อุตรดิตถ์ สังกัดกลุ่มเพื่อไทยอุตรดิตถ์ ที่มีนายชัยศิริเป็นหัวหน้ากลุ่ม
แหล่งข่าวจากสมาชิก อบจ.อุตรดิตถ์รายหนึ่งกล่าวว่า สาเหตุที่สมาชิกสภา อบจ.อุตรดิตถ์ กลุ่มเพื่อไทยอุตรดิตถ์ ตัดสินใจไม่รับญัตติขออนุมัติเงินสะสมจ่ายขาดจำนวน 70 ล้านบาทนั้น สมาชิกสภา อบจ.กลุ่มเพื่อไทยอุตรดิตถ์ เห็นว่างบประมาณที่ลงไปส่วนใหญ่นั้นเกิดความไม่ทั่วถึง เกิดการกระจุกตัวมากจนเกินไป นำงบประมาณลงไปเฉพาะคนสนิทกับฝ่ายบริหาร โครงการพัฒนาด้านอื่นจำนวนมาก โดยเฉพาะการพัฒนาคุณภาพชีวิต การพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่แล้งกลับไม่ได้รับการดูแลจากฝ่ายบริหาร เป็นการจัดสรรงบประมาณที่กระจุกตัว ซึ่งก่อนจะมีการประชุมสภา อบจ.ดังกล่าวได้เชิญนายสราวุธมาชี้แจงพูดคุยถึงญัตติจ่ายขาดเงินสะสม แต่กลับไม่รับการตอบรับ ทำให้กลุ่มเพื่อไทยอุตรดิตถ์เกิดความไม่พอใจ จึงตัดสินใจโหวตไม่รับญัตติดังกล่าว จึงทำให้เร็วๆ นี้อาจจะต้องมีการนำกลับเข้าสู่สภาเพื่อพิจารณาใหม่อีกครั้งหนึ่ง และคาดว่าการประชุมครั้งต่อไปอาจจะมีเรื่องของผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องเพื่อแลกกับการอนุมัติของสมาชิกสภา อบจ.อุตรดิตถ์

