เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายสุวรรณ บัวโรย ประธานศูนย์รับเรื่องร้องเรียนสมาคมส่งเสริมคุณธรรมตำรวจและช่วยเหลือประชาชน ได้นำ นายกฤษ ชัยเสือ พร้อมครอบครัวรวม 8 ชีวิต (ผู้เสียหาย) พร้อมพยานหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอผู้ต้องสงสัยก่อเหตุลอบยิง โดยมีภาพและร่องรอยความเสียหายจากการถูกยิงบริเวณบ้านหลังถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนยิงใส่บ้านพัก หมู่ 4 บ้านหินฮาว ต.นาสี อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู รวม 19 ครั้ง ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 66-ปัจจุปัน ซึ่งได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ แต่ยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้ ทำให้ครอบครัวต้องอยู่อย่างหวาดกลัวจึงเข้าร้องเรียน พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เพื่อขอความเป็นธรรมและเร่งรัดคดีเนื่องจากใช้ชีวิตอย่างหวาดกลัว โดยมี พ.ต.ท.วิระ พรายอินทร์ รอง ผกก.กลุ่มงานแผนยุทธศาสตร์ ตร.นายตำรวจเวร เป็นผู้รับเรื่อง
นายกฤษกล่าวว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวได้มีคนร้ายสวมไอ้โม่งปิดบังใบหน้าประมาณ 10 คน สลับหน้ากันครั้งละ 2-4 คน เข้ามาข่มขู่ถึงที่บ้านพักรวมทั้งใช้อาวุธปืนมาก่อเหตุ ส่วนสาเหตุเชื่อว่าเกิดจากการที่ตนไปร่วมประชุมสมาคมภายในหมู่บ้านที่มีการร้องเรียนเกี่ยวกับคอกหมูส่งกลิ่นเหม็นทำให้มีชาวบ้านเดือดร้อน ซึ่งคนในหมู่บ้านได้ขอให้ตนช่วยดำเนินการแก้ไขปัญหาแต่ตนไม่ได้ทำ จึงอาจเป็นสาเหตุทำให้เจ้าของคอกหมูเกิดความไม่พอใจ ขอยืนยันว่าที่ผ่านมาตนไม่เคยมีเรื่องบาดหมางหรือมีศัตรูกับใครมาก่อน และที่ผ่านมาครอบครัวอยู่ด้วยความหวาดระแวง แม้แต่เวลากินข้าวยังต้องปิดไฟกิน เพราะหากคนร้ายเห็นว่ามีคนอยู่บ้านก็จะเข้ามาทำร้ายข่มขู่ รวมทั้งมีการนำระเบิดเพลิงตั้งเวลาด้วยก้านธูปมาซุกซ่อนเพื่อหวังวางเพลิงในบ้าน ส่วนผู้ต้องสงสัยที่เข้ามาร่วมก่อเหตุ ทราบว่ามีความสนิทสนมกับเจ้าของคอกหมูเพราะบางครั้งจะเห็นแวะไปที่บ้านคอกหมู เชื่อว่าน่าจะรู้จักกัน แต่ไม่ใช่คนในหมู่บ้านและผู้มีอิทธิพล แต่ตนทราบว่ากลุ่มคนร้ายมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องยาเสพติด
ด้าน พ.ต.อ.ชนาธิป ภาโนมัย ผกก.สภ.สุวรรณคูหา (เจ้าของพื้นที่เกิดเหตุ) ได้เปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าวหลังรับแจ้งความได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนและรวบพยานต่างๆ ตามที่ผู้เสียหายให้การไว้ รวมทั้งเชิญญาติรวมถึงคนในครอบครัวและผู้เกี่ยวข้องมาให้ปากคำ แต่พยานหลักฐานยังไม่ชัดเจนเพียงพอจะดำเนินคดีกับใครได้ แต่ว่าในพื้นที่มีขนาดไม่ใหญ่แต่มีเส้นทางเชื่ยมโยงหลายเส้นทาง จึงเชื่อว่าคนร้ายเป็นคนนอกพื้นที่ ส่วนประเด็นในเรื่องความขัดแย้งฟาร์มหมู จากการสอบปากคำพบว่า เจ้าของฟาร์มหมูเป็นญาติกับผู้เสียหายจึงมีความเป็นไปได้น้อยที่ทางเจ้าของคอกหมูจะเป็นผู้ก่อเหตุ อีกทั้งก่อนหน้านี้ทางผู้เสียหายไปบวชพระ 2 ครั้ง หลังสึกออกมาได้เลิกกับภรรยา และกลับไปบวชอีกและไปเรียนสักยันต์ และสึกออกมาประกอบอาชีพสักยันต์ในหมู่บ้าน มีคนเข้าออกจำนวนมาก ส่วนสาเหตุจะเป็นเรื่องความขัดแย้งเรื่องสักยันต์หรือไม่ ยังไม่ยืนยันแต่อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานในทุกประเด็น ยืนยันไม่นิ่งนอนใจและจะเร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี

