จับอดีตตำรวจจ่ากองขโมยปืนหลวง สภ.ตาคลี หนีคดีกว่าสิบปี

11.08.23 | 17:48 น.

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป.รรท.ผบก.ทล. พ.ต.อ.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ รอง ผบก.ปปป. รรท.ผบก.ปปป. สั่งการให้ พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม รอง ผบก.ปปป. พ.ต.อ.อภิชาติ เรนชนะ ผกก.4.บก.ปปป. นำชุดปฏิบัติการพิเศษ “หนุมานกองปราบ” ร่วมกับนายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท., พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ผู้อำนวยการกองปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 2 จับกุม ด.ต.ประกอบ นกลอย อายุ 54 ปี อดีตตำรวจ สภ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 ข้อหาเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสียฯ เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตฯ จับได้ที่หน้าศาลาวัดห้วยร่วม หมู่ 3 ต.ห้วยร่วม ต.หนองบัว จ.นครสวรรค์


สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2557 ด.ต.ฉัตรเพชร รัตนโศภิต ตรวจพบประตูห้องคลังอาวุธปืนภายใน สภ.ตาคลี มีร่องรอยการถูกงัด ต่อมาเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2557 คณะกรรมการตรวจสอบอาวุธยุทธภัณฑ์ฯ มีหนังสือแจ้ง ด.ต.ประกอบ เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลฯ ให้จัดทำบัญชีและจัดเตรียมสิ่งของหลวงเพื่อรอรับการตรวจ แต่ปรากฏว่าไม่สามารถติดต่อ ด.ต.ประกอบได้ และเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ปีเดียวกัน คณะกรรมการตรวจสอบอาวุธยุทธภัณฑ์ฯ จึงตรวจสอบพบว่ามีอาวุธปืนและรถจักรยานยนต์หายไป ประกอบด้วย อาวุธปืนพกลูกโม่แบบ 91 ขนาด .38 นิ้ว S&W จำนวน 13 กระบอก 2.อาวุธปืนพกแบบ 97 ขนาด 9 มม. บราวนิงค์ไฮเพาเวอร์ จำนวน 1 กระบอก 3 อาวุธปืนพกแบบ 86 ขนาด 11 มม. ยูเอสอาร์มี่ จำนวน 1 กระบอก 4.รถจักรยานยนต์แบบชาย รุ่นวิคเตอร์ เอส สีน้ำตาล จำนวน 3 คัน หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตาคลี แจ้งความดำเนินคดีกับ ด.ต.ประกอบ ข้อหาเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย เนื่องจากผู้ต้องหามีหน้าที่ดูแลรักษาทรัพย์ของหลวง และเมื่อติดตามตัวกลับไม่สามารถติดต่อได้ เชื่อว่า ด.ต.ประกอบ ลักทรัพย์อาวุธปืน และรถจักรยานยนต์ทั้งหมดไปเป็นของตนเองหรือโดยทุจริต ทำให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ ทาง บก.ภ.จว.นครสวรรค์ มีคำสั่งลงโทษไล่ออก ก่อนส่งเรื่องให้คณะกรรมการ ป.ป.ท. ก่อนสรุปส่งเรื่องให้อัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 ภาค 6 สั่งฟ้องคดีพร้อมแจ้งให้ ด.ต.ประกอบ แต่ไม่สามารถคิดต่อได้ จึงขออำนาจศาลออกหมาจับไว้ ต่อมาตำรวจชุดจับกุมสืบทราบว่า ด.ต.ประกอบ อยู่บริเวณดังกล่าวจึงนำกำลังจับกุม เบื้องต้นให้การภาคเสธ นำตัวส่งอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 ภาค 6 ดำเนินการต่อไป