จับพ่อ-ลูก กรรมการบริษัทหลอกเหยื่อลงทุนชิ้นส่วนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเสียหาย 26 ล้าน

12.08.23 | 14:58 น.

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ ผบก.ปอศ. พ.ต.อ.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ รอง ผบก.ปอศ. พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปอศ. พ.ต.ท.เชาวน์วุฒิ เลียบมา สว.กก.4 บก.ปอศ. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปอศ. ร่วมกันจับกุมนายวิชาญ (สงวนนามสกุล) อายุ 70 ปี ฐานะกรรมการผู้มีอำนาจนิติบุคคล และในฐานะ และนายธีวรา (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี พ่อ-ลูก ฐานะกรรมการผู้มีอำนาจนิติบุคคลและในฐานะ ตามหมายจับศาลอาญา โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน,ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน” ได้ที่บ้านพัก ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี


สืบเนื่องจาก บก.ปอศ.ดำเนินคดีกับสองบริษัทพร้อมผู้เกี่ยวข้องมีพฤติการณ์ฉ้อโกงประชาชน ผ่านรูปแบบการโฆษณาชักชวนประชาชนจำนวนมากให้เข้าร่วมลงทุนอ้างว่าดำเนินกิจการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานแม่เหล็ก มีการนำ ชิ้นส่วนนำเข้าเพื่อประกอบเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานแม่เหล็กจากต่างประเทศมีลูกค้าร่วมกิจการเป็นจำนวนมาก และกำลังขยายกิจการของบริษัท โดยมีแผนการที่จะสร้างโรงงานผลิตสินค้าขนาดใหญ่ หากมีผู้สนใจลงทุนจะได้รับผลตอบแทน ร้อยละ 5 ของยอดเงินที่ลงทุนต่อสัปดาห์ หากแนะนำบุคคลอื่นมาร่วมลงทุนด้วย จะรับผลตอบแทนอีกร้อยละ 1 ของยอดเงินลงทุนของบุคคลที่ชักชวนมาประกอบกับใช้ความน่าเชื่อถือของการจดทะเบียนจัดตั้งเป็นบริษัทมหาชน ส่งผลให้มีประชาชนจำนวนมาก หลงเชื่อลงทุนสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง จนนำไปสู่การฟ้องดำเนินคดีกับผู้ต้องหากลุ่มดังกล่าว

ต่อมาพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ. สอบสวนขยายผลและรวบรวมพยานหลักฐาน พบว่ามีผู้ได้รับความเสียหายเพิ่มเติมอีก 36 ราย มูลค่าความเสียหายรวม 26,369,000 บาท จึงขออนุมัติต่อศาลอาญา ออกหมายจับผู้ต้องหากับพวก ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจและในฐานะส่วนตัว 2 ราย รวม 4 หมายจับ ก่อนสืบสวนติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสอง นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี สอบสวนยังพบว่าผู้ต้องหากับพวกมีพฤติการณ์โอน รับโอน หรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินนั้น ซึ่งได้มาจากการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนและการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนอันเป็นความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 โดยดำเนินคดีในความผิดฐานฟอกเงิน จะดำเนินการตรวจสอบ ตรวจยึดและอายัดทรัพย์สินที่ได้เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินตามกฎหมายต่อไป สอบถามปากคำผู้ต้องหาเบื้องต้น ทั้งสองรายให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา