หน้าแรก ในประเทศ เหตุสลดครั้งใ...

เหตุสลดครั้งใหญ่รอบปี 59 ไหม้หอพักนร.-ทัวร์ตกเขาพลึง คร่าวัยใส-วัยเกษียณ 18 ชีวิต

31.12.16 | 15:45 น.

ในรอบปี 2559 ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจไม่น้อย 2 เหตุการณ์ใหญ่ๆ นำมาซึ่งความสูญเสียต่อชีวิต ทรัพย์สิน และเป็นอุทาหรณ์ให้ผู้เกี่ยวข้องต้องวางมาตรการแจ้งเตือน คุมเข้ม ล้อมคอก และป้องกัน เพื่อมิให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยที่อาจเกิดขึ้น

ไหม้หอพัก-ไฟคลอก17นร.หญิง
เหตุการณ์แรก เมื่อกลางดึก วันที่ 22 พฤษภาคม เกิดเพลิงไหม้หอพักนักเรียนหญิงระดับชั้นประถมศึกษาของโรงเรียนพิทักษ์เกียรติวิทยา หรือสุขสันต์ ตั้งอยู่ในพื้นที่ หมู่ 6 ต.เวียง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ขณะเกิดเหตุมีนักเรียนหญิง 38 คน กำลังหลับใหลอยู่ภายในหอพัก หลังเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าระงับเหตุ และต้องปีนหน้าต่างเข้าไปช่วยเหลือเด็กๆ ที่ติดอยูบนเรือนนอนชั้นสองต้องโรยตัวออกมา ก่อนเข้าไปสำรวจภายในและต้องสลดใจกับภาพที่เห็น เมื่อพบร่างนักเรียนหญิงอายุระหว่าง 5-12 ปีถูกไฟคลอกเสียชีวิตอย่างสยดสยองอยู่ภายในเรือนนอนที่ถูกไฟไหม้ทั้งหลัง รวม 17 ราย นอกจากนี้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย
สำหรับโรงเรียนพิทักษ์เกียรติวิทยา เป็นโรงเรียนในสังกัดของมูลนิธิพันธกิจสุขสันต์(องค์กรสาธารณประโยชน์) ที่เปิดการเรียนการสอนระดับชั้นอนุบาล-ประถมศึกษาปีที่ 6 นักเรียนส่วนใหญ่เป็นเด็กหญิงชาวเขาที่จากบ้านมาเรียนหนังสือแบบกิน-นอน เมื่อถึงวันหยุดสุดสัปดาห์พ่อแม่ผู้ปกครองจะเดินทางมารับตัวกลับบ้าน ก่อนนำเด็กกลับมาส่งโรงเรียนในวันก่อนเปิดเรียน

หลังเกิดเหตุ พ่อแม่ผู้ปกครองทราบข่าวเดินทางมาตรวจสอบ ต่างต้องร่ำไห้ด้วยดวงใจอันสลาย เพราะบางรายเพิ่งเดินทางมาส่งบุตรหลาน แต่ต้องกลับมารับร่างไร้วิญญาณกลับบ้านไปทำบำเพ็ญกุศลแทน

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบและเก็บหลักฐานภายในที่เกิดเหตุ ตลอดจนสอบปากคำผู้อยู่ในเหตุการณ์ จากนั้นศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 และตำรวจชุดคลี่คลายคดี สรุปสาเหตุว่าเกิดจากขั้วหลอดไฟนีออนหลอมละลายและตกใส่กองผ้า เกิดเปลวไฟลุกลามไหม้อย่างรุนแรงตามมา แต่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากยังไม่เคยพบกรณีการเปิดไฟนีออนต่อเนื่อง จนทำให้หลอดไฟหลอมละลายและลุกไหม้มาก่อน พร้อมทั้งเรียกร้องขอความเป็นธรรมไปยังอัยการจังหวัดถึง 3 ครั้ง เพื่อขอให้ตรวจสอบสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ที่แท้จริงก่อนสรุปสำนวนฟ้องศาล ล่าสุดพนักงานสอบสวนจึงดำเนินการสอบผู้เชี่ยวชาญทางการไฟฟ้าวิทยาลัยเทคนิคเวียงป่าเป้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมในประเด็นเรื่องหลอดไฟนีออนละลายที่นำไปสู่เหตุเพลิงไหม้

โรงเรียนพิทักษ์เกียรติวิทยา มีการรื้อถอนอาคารพักที่ถูกไฟไหม้แล้วตามคำสั่งศาล พร้อมเร่งปรับปรุงอาคารพักใหม่ โดยนำอาคารที่พักครูเดิมมาปรับปรุงเป็นหอพักชั่วคราว ระหว่างรอการก่อสร้างหอพักใหม่ในอนาคต

Advertisement

 

ทัวร์1
ทัวร์”กสท.”ดิ่งเขาพลึงดับ 18
เหตุการณ์ใหญ่อีกเหตุการณ์เป็นบทเรียนจากความประมาท แต่นำมาซึ่งความสูญเสียครั้งใหญ่ คือ เหตุการณ์รถทัวร์คณะเกษียณของ “กสท.”ตกเหว ที่ จ.อุตรดิตถ์ เมื่อช่วงสายวันที่ 22 พฤศจิกายน รถทัวร์ บขส.ทะเบียน 32-1488 กรุงเทพมหานคร ซึ่งพาคณะผู้เกษียณอายุราชการของ บริษัท กสท.โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) 36 คน จากกรุงเทพมหานคร เดินทางไปไหว้พระในพื้นที่ จ.แพร่ และ จ.น่าน ขณะเดินทางกลับออกจาก จ.แพร่ เมื่อเดินทางถึงหลักกิเมตรที่ 350 ทางหลวงหมายเลข 11 อุตรดิตถ์-เด่นชัย หรือ เขาพลึง บริเวณบ้านเขาพลึง หมู่ที่ 9 ต.บ้านด่านนาขาม อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นเส้นทางลงเขายาว 4.8 กิโลเมตร มีความลาดชั้น 7 เปอร์เซ็นต์ มีโค้ง 9 โค้ง รถทัวร์เกิดร่วงตกเขาลงสู่ถึงก้นเหวลึกราว 60 เมตร ลาดชันกว่า 70 องศา ทำให้ผู้โดยสารเสียชีวิต 18 ราย บาดเจ็บ 20 ราย

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยกู้ภัยระดมกำลังเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ และกู้ร่างของผู้เสียชีวิตจากก้นเหวขึ้นมาอย่างทุลักทุเล เนื่องจากจุดที่รถตกมีความลึกและคับแคบมาก ทำให้การกู้ชีพเป็นไปอย่างล่าช้า ที่สำคัญต้องระมัดระวังไม่ให้รถทัวร์พลิกตะแคงทับเจ้าหน้าที่กู้ภัย ที่สุดหน่วยทหารต้องใช้รถเครนขนาดใหญ่ 2 คันใช้สะลิงยึดตัวรถไม่ให้พลิก ก่อนเจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้เชือกโรยตัวลงไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ โดยใช้เชือกผูกมัดเปลยกร่างผู้บาดเจ็บขึ้นจากหุบเหวลำเลียงส่งโรงพยาบาล

ขณะที่พนักงานขับรถคันเกิดเหตุ”นายอุดม สุมมาตร”ซึ่งรอดชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งนี้ แม้จะยืนยันว่าเคยขับรถขึ้น-ลงบนเส้นทางดังกล่าวบ่อยครั้ง อีกทั้งก่อนออกเดินทางได้นอนหลับพักผ่อนอยางเต็มที่ แต่รับสารภาพว่าขับรถลงเขาด้วยความเร็ว จนไม่สามารถควบคุมรถได้ ทำให้เกิดอุบัติขึ้น จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

หลังเกิดเหตุนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งตรวจสอบเส้นทางบริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ เบื้องต้นพบว่าถนนมีสภาพดี จึงต้องตรวจสอบสภาพคนขับรถ เครื่องยนต์ที่เป็นสาเหตุ รวมทั้งยังสั่งการให้กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท สำรวจเส้นทางสภาพกายภาพของถนน ป้ายสัญญาณทุกจุดที่ขึ้นลงเขาทั่วประเทศ ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงเพื่อหาแก้ไขทางกายภาพของถนนให้มีความปลอดภัยมากขึ้น โดยเฉพาะขยายช่องทางจราจรให้มีระยะโค้งที่ไม่อันตราย สร้างจุดพักรถบรรทุก บริเวณทางขึ้นลงเขา ให้คนขับรถได้เตรียมความพร้อม เช็คสภาพร่างกายตนเองก่อนขึ้นลงเขา อีกทั้งให้กรมการขนส่งทางบก และบขส.ติดตามข้อมูลเรื่องระบบติดตามรถ(จีพีเอส) เพื่อเฝ้าติดตาม(มอนิเตอร์)รถโดยสาร ควบคุมความเร็ว และป้องกันไม่ให้รถออกนอกเส้นทาง และภายในปี 2560 เน้นย้ำเรื่องการติดตั้งป้ายสัญญาณต่างๆ ให้ครอบคลุมมากขึ้น

ขณะที่ นายไชยสิริ คงพิมพ์ รอง ผอ.แขวงทางหลวงอุตรดิตถ์ ที่ 1 ได้ทำหนังสือสนับสนุนถึงสำนักงานทางหลวงที่ 5 พิษณุโลก เพื่อให้เข้ามาออกแบบและแก้ไขจุดเสี่ยงอันตรายบนเส้นทางดังกล่าว โดยเฉพาะแก้ไขทางโค้งที่เสี่ยงและอันตรายบนเขาพลึง อาทิ เพิ่มความสูงของแบริเออร์ขาลงตลอดแนว, ตัดเขาเพื่อขยายเลนขาขึ้น เพื่อทำให้เลนขาลงกว้างขึ้นตาม เกิดทางโค้งน้อยลง

อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญของนักเดินทาง ไม่ว่าสภาพถนนจะเป็นอย่างไร โค้งมากหรือโค้งน้อย ลาดชันมากน้อยเพียงใด ผู้ขับขี่ต้องตระหนักเสมอว่าอุบัติเหตุไม่ใช่เรื่องเคราะห์กรรม แต่เป็นเรื่องของความประมาท โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งเป็นฤดูกาลแห่งการเดินทาง ผู้ขับขี่ที่เดินทาไกล รวมทั้งการเดินทางผ่าน จ.อุตรดิตถ์ ต้องย้ำเตือนตนเองเสมอว่าต้องมีสติ และระมัดระวังให้มาก โดยเฉพาะเส้นทางผ่านเขาพลึง