หน้าแรก ในประเทศ คนท้องถิ่นโอด...

คนท้องถิ่นโอดแขวนข้ามปี วอน ‘คสช.’ ปลดล็อก ม.44

31.12.16 | 16:10 น.

ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว)พุทธศักราช 2557 ประกาศรายชื่อเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้บริหาร ข้าราชการท้องถิ่น ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ หรือ ถูกร้องเรียนการทำหน้าที่ ในราชกิจจานุเบกษา ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่อง จวบจนสิ้นปียังไม่มีการปลดล็อคคำสั่งกับรายใดๆ ทำให้มีเสียงสะท้อนจากผู้เกี่ยวข้อง และ คนท้องถิ่นถึงผลกระทบจากการคำสั่งดังกล่าว

 

อำพล ยุติโกมินทร์
อุปนายกสมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย

“ในรอบปี 2559 มีเรื่องที่คนท้องถิ่นสนใจและติดตามมาตลอดทั้งปีหลายประเด็น โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่สร้างผลกระทบต่อผู้บริหาร สมาชิกสภาท้องถิ่น และข้าราชการท้องถิ่นทันที คือ กรณีหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ใช้มาตรา 44 ออกคำสั่งเจ้าหน้าที่รัฐกลุ่มต่างๆ รวมทั้งข้าราชการท้องถิ่น ระงับการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิม, ให้ประจำหรือไปปฏิบัติราชการในหน่วยงานอื่นในสังกัดเดิมเป็นการชั่วคราว ตัดสิทธิเงินค่าตอบแทน และสิทธิประโยชน์ต่างๆที่เคยได้รับจนกว่าผลการตรวจสอบตามกระบวนการจะเสร็จสิ้น
พบการออกคำสั่งตาม ม.44 ทั้งหมด 8 ครั้ง เฉพาะที่ จ.มหาสารคาม มีการประกาศคำสั่งพร้อมรายชื่อบิ๊กล็อต 2 ชุด ชุดแรก เป็นคำสั่งปลดผู้บริหาร อปท.พร้อมกัน 32 คนจากปัญหาการทุจริตสอบบรรจุพนักงานท้องถิ่นที่มีเงินสะพัด 400 – 500 ล้านบาท คำสั่งถัดมาเป็นรายชื่อล็อตใหญ่กว่าชุดแรก คือ คำสั่งให้ข้าราชการท้องถิ่น 55 รายหยุดปฏิบัติหน้าที่ ในจำนวนนี้บางรายไม่เคยถูกเรียกไปสอบสวนข้อเท็จจริง จากการติดตามผลการใช้ ม.44 พบข้าราชการท้องถิ่นจำนวนมากที่ถูกแขวนใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต ดูแลครอบครัว, ผ่อนชำระที่อยู่อาศัยกับสถาบันการเงินต่างๆ ขณะเดียวกันถูกระงับสิทธิประโยชน์ต่างๆไป ยังไม่รวมผลกระทบต่อครอบครัวจากการเผยแพร่คำสั่งในวงกว้าง โดยยังไม่มีสัญญาณบ่งบอกการการสิ้นสุดกระบวนการสอบสวน
“หากภายหลังการสอบสวน ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกคำสั่งม.44 กระทำความผิด ใครจะเป็นผู้เยียวยาชื่อเสียงที่เสียไปและ ผลกระทบที่เกิดขึ้นหลายๆด้าน ขอเรียกร้องผู้ที่มีหน้าที่ ดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว และหามาตรการเยียวยารองรับให้ผู้ที่ไม่มีความผิด เพื่อคืนความเป็นธรรมให้ด้วย!”

 
ศุภสัณห์ หนูสวัสดิ์
ประธานสันนิบาตเทศบาลภาคใต้

Advertisement

“ปัญหาใหญ่ที่ อปท.กำลังประสบ คือ การใช้ ม.44 กับผู้บริหารและข้าราชการท้องถิ่น หากมีความผิดจริงต้องเร่งดำเนินการให้ถึงที่สุด แต่ถ้ากระบวนการเสร็จสิ้นแล้วพบว่าไม่ผิด ควรคืนตำแหน่งหน้าที่ให้ผู้ที่โดน ม.44 กลับไปทำงานในหน้าที่ตามปกติ การปล่อยไว้แบบนี้ไม่เป็นผลดีต่อ อปท. โดยเฉพาะผลกระทบกับประชาชน หาก คสช.คิดว่าให้บุคคลเหล่านั้นหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ยังให้รองนายกเทศมนตรี หรือ รองนายก อบต. รองนายก อบจ.ทำหน้าที่ตามปกติ แทบไม่แตกต่างจากผู้บริหารยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ เนื่องจากผู้บริหารที่ถูกสั่งแขวนเป็นผู้แต่งตั้งรองผู้บริหาร จึงไม่เหมาะสมที่ คสช.จะใช้อำนาจตามม.44 เฉพาะผู้บริหารสูงสุด
เมื่อ คสช. ยังไม่มีนโยบายให้มีการเลือกตั้งโดยเร็วตามโรดแมป ก็ควรสะสางเรื่องนี้ให้ยุติ หากเป็นไปตามที่รัฐบาลกำหนด คงไม่เกินปี 2561 จะได้เห็นการเลือกตั้ง อปท. ส่วนจะเป็นแบบเดิมหรือตามกฏหมายใหม่ อปท.ทั่วประเทศยังรอความชัดเจน แต่สาระสำคัญที่ควรรีบดำเนินการ คือ ม.44 ที่ยังคาราคาซัง ผู้มีอำนาจควรเร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะกรณีผู้บริหาร อปท.ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีการชี้มูลความผิดอย่างชัดเจน จะต้องคืนตำแหน่งให้กลับเข้าทำหน้าที่ตามปกติ

 
ยุทธพร อิสรชัย
รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

การมีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่จาก ม.44 ปราศจากการตรวจสอบและการถ่วงดุล จะทำให้สุดท้ายแล้ว ไม่เกิดความยุติธรรม ทั้งที่เดิมมีทั้งกลไกการตรวจสอบโดยสภาท้องถิ่น ซึ่งหลังการสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บริหาร อปท.ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2558 ยังไม่พบการทำวิจัยประเมินประสิทธิภาพของปลัดท้องถิ่นหรือรองนายกท้องถิ่นที่เข้ามาทำหน้าที่แทน หากมีการประเมิน เชื่อว่านักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนสามารถตอบสนองความต้องการได้ดีกว่า ขณะที่ปลัดอยู่ในฝ่ายบริหารมาจากการแต่งตั้ง การแก้ปัญหาให้ประชาชนคงไม่เหมือนนักการเมือง แม้บริบทของนักการเมืองมีที่มาอย่างไร แต่สิ่งสำคัญ คือ ทำงานตามความต้องการของประชาชนเป็นหลัก
เป็นที่ทราบกันดีว่า ฝ่ายบริหาร และฝ่ายนิติบัญญัติ ของ อปท.ส่วนใหญ่ เป็นกลุ่มการเมืองเดียวกัน ขณะที่การตรวจสอบในระดับที่สูงขึ้น มีทั้งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.) และ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)ตรวจสอบ นอกจากนั้น มีการตรวจสอบจากตัวแทนภาคประชาสังคม ซึ่งควรมีการพัฒนากระบวนการการมีส่วนร่วม และพัฒนากลไกลของประชาธิปไตยในระดับท้องถิ่น

 

ที่สำคัญในอนาคต ถ้าผู้ถูกสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่พิสูจน์แล้วว่าไม่มีความผิด จะต้องติดตามว่ามาตรการเยียวยามีความเหมาะสมหรือไม่ ยอมรับว่าทำได้ยาก หากเป็นข้าราชการท้องถิ่น อาจคืนเงินประจำตำแหน่ง แต่หากเป็นนักการเมืองท้องถิ่นคงมีปัญหาพอสมควร เพราะส่วนหนึ่งถูกคนในสังคมฝ่ายตรงข้ามพิพากษาไปแล้ว สูญเสียฐานทางการเมือง ประชาชนบางส่วนขาดความเชื่อมั่น ประวัติเสียหาย ครอบครัวได้รับผลกระทบ ขณะที่ผู้ใช้ม.44 ไม่ต้องรับผิดในทางแพ่ง ทางการปกครองหรือ คดีอาญา เนื่องจากรัฐธรรมนูญรับรองการใช้อำนาจให้คสช.ไว้แล้ว
ที่ผ่านมา มีคำถามถึงความเหมาะสมในการใช้คำสั่งม.44 กับผู้ได้รับผลกระทบ ซึ่งมองว่าการใช้ ม.44 ไม่แก้ปัญหาการทุจริตมากนัก ในทางกลับกันการใช้ ม.44 ไม่มีการตรวจสอบถ่วงดุล หรือ กลั่นกรอง ต่างจากกระบวนการตรวจสอบทางการเมือง หรือ องค์กรอิสระตามกฎหมาย ดังนั้นการใช้ ม.44 จึงขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจว่าจะสั่งอย่างไร เชื่อว่าในปี 2560 ยังมีการใช้อำนาจตาม ม.44 กับ อปท.อย่างต่อเนื่อง และจะมีปัญหาเรื่องการบรรทัดฐานการพิจารณาผู้ถูกสั่งแขวน จนกว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่ ที่น่าสนใจ คือ นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด ที่มีหน้าที่กำกับดูแล อปท.ยังไม่ได้รับผลกระทบใดๆ และผู้มีอำนาจไม่เคยออกมาชี้แจงเหตุผล

 
เกรียงไกร ไกรทอง
อดีตนายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์
โดนคำสั่งหยุดทำหน้าที่ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2558 หลังทำงานได้เกือบ 2 ปี ต่อมาผลการสอบข้อเท็จจริงในระดับจังหวัดกรณีการจัดซื้อรถดับเพลิง 30 ล้านบาท ชี้มูลแล้วว่าไม่พบการกระทำความผิด นายเกรียงไกร ภูมิแหล่าแจ้ง นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย (ส.ท.ท.) ซึ่งติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง จึงเข้าพบพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ขณะดำรงตำแหน่ง รมว.ยุติธรรม ซึ่งยืนยันว่าจะคืนตำแหน่งให้ผู้บริหารท้องถิ่น 8 รายที่พ้นข้อกล่าวหา แต่ล่าสุด เรื่องยังเงียบ
“ผมเสียความรู้สึก เสียความตั้งใจในการทำหน้าที่ เพราะผมมาจากการเลือกตั้งของประชาชนที่คาดหวังให้เข้ามาพัฒนาท้องถิ่น มีหลายเรื่องที่ตั้งใจเข้าไปทำงานตามที่หาเสียงไว้ แต่ไม่สามารถทำได้ ส่วนรองนายกที่เข้ามาทำหน้าที่แทนก็ใช้อำนาจได้ไม่เต็มที่ ประชาชนส่วนหนึ่งทราบว่าพ้นข้อกล่าวหา แต่ส่วนใหญ่ไม่ทราบ ยอมรับว่าเสียชื่อเสียงไปมากพอสมควร เร็วนี้ๆจะเข้าพบกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย และรัฐมนตรีว่าการกะทรวงยุติธรรม เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง เพราะเชื่อว่ามีผู้บริหารท้องถิ่นและข้าราชการอีกมากที่ถูกสั่งพักงานโดยไม่มีความผิดหรือข้อบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่”