กทม.เผยกรุงเทพฯ พบ “ฝีดาษวานร” 136 ราย ในจำนวนนี้ติดเอชไอวีร่วมด้วย เร่งสกัดแพร่ระบาด

16.08.23 | 15:08 น.

กทม.เผยกรุงเทพฯ พบ “ฝีดาษวานร” 136 ราย ในจำนวนนี้ติดเอชไอวีร่วมด้วย เร่งสกัดแพร่ระบาด

วันนี้ (16 สิงหาคม 2566) นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยถึงการติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษวานร (Monkeypox) หรือ Mpox ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร หลังจากพบผู้เสียชีวิตจากโรคดังกล่าวรายแรกของประเทศไทย ว่า จากการตรวจสอบจำนวนผู้ป่วยโรคฝีดาษวานรในระบบเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา (Epinet) และระบบรายงานการเฝ้าระวัง (รง.506) ในพื้นที่กรุงเทพฯ ช่วงเดือนกรกฎาคม 2566 พบผู้ป่วยโรคฝีดาษวานร 46 คน มากกว่าเดือนมิถุนายน 2566 ที่พบผู้ป่วย 48 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 11 สิงหาคม 2566) ขณะที่ กทม.มีรายงานผู้ป่วยรวม 136 ราย ในจำนวนนี้ เป็นชาย 133 ราย และเป็นหญิง 3 ราย โดยเป็น คนไทย 117 ราย ชาวต่างชาติ 19 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย 121 คน และติดเชื้อเอชไอวีร่วมด้วย ปัจจัยเสี่ยงหลักคือ การมีเพศสัมพันธ์กับคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักที่เป็นผู้ติดเชื้อฝีดาษวานร

โฆษก กทม.กล่าวว่า ทั้งนี้ กทม.มีระบบเฝ้าระวังติดตามกลุ่มเสี่ยงเชิงรับ โดยตรวจจับการระบาดจากระบบรายงานโรคและลงสอบสวนโรคทุกกรณี (เคส) และการป้องกันเชิงรุกโดยร่วมกับสำนักงานเขต และองค์กรภาคประชาสังคม เอ็นจีโอ ให้ความรู้สถานประกอบการสุขภาพ ประเภท สปา ซาวน่า และสถานที่ที่เป็นจุดเสี่ยงต่อการมีเพศสัมพันธ์ของกลุ่มชายรักชาย รวมทั้งเพิ่มความเข้มงวดป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล และคลินิกต่างๆ โดยเฉพาะการให้บริการในคลินิกเฉพาะทาง เช่น คลินิกโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คลินิกโรคผิวหนัง คลินิกรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวี รวมถึงประชาสัมพันธ์มาตรการป้องกันโรคฝีดาษวานรควบคู่กับการดูแลสุขภาพอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดการแพร่ระบาด

นายเอกวรัญญู กล่าวว่า นอกจากนั้น ยังได้รณรงค์ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจลักษณะอาการของโรค รวมถึงขอให้ประชาชนสังเกตอาการและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคฝีดาษวานร โดยงดมีเพศสัมพันธ์กับคนแปลกหน้า ไม่สัมผัสแนบเนื้อกับผู้ที่มีผื่น ตุ่ม หรือหนอง แนะนำให้ล้างมือบ่อยๆ และไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น โดยเน้นย้ำแม้ว่ามีเพศสัมพันธ์โดยใช้ถุงยางอนามัยจะป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ แต่ไม่สามารถป้องกันโรคฝีดาษวานรได้ เนื่องจากสามารถติดเชื้อได้จากการสัมผัสแบบแนบชิดเนื้อ

“สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสามารถตรวจสอบอาการเบื้องต้นได้ด้วยตนเอง ดังนี้ หากมีผื่น หรือตุ่มขึ้นบริเวณอวัยวะเพศ ทวารหนัก ปาก หรือตามร่างกาย และมีประวัติสัมผัสใกล้ชิด สัมผัสแนบชิด หรือมีเพศสัมพันธ์กับผู้สงสัยฝีดาษวานร หรือผู้ป่วยฝีดาษวานรให้สังเกตตนเองภายหลังสัมผัสผู้ป่วยภายใน 21 วัน หากมีอาการไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย ต่อมน้ำเหลืองโต มีผื่น หรือตุ่มน้ำ หรือตุ่มหนองขึ้นบริเวณอวัยวะเพศ หรือทวารหนัก หรือบริเวณรอบๆ ตามมือ เท้า หน้าอก ใบหน้า หรือบริเวณปาก ให้รีบเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลทันที โดยแจ้งอาการและประวัติเสี่ยงประกอบการวินิจฉัย” นายเอกวรัญญู กล่าว

Advertisement