บุกจับ 4 เจ้าพ่อยาเสพติดรายใหญ่ไต้หวัน ยัดไอซ์ในเพลารถ ส่งออก คาบ้านหรูกลางกรุง

19.08.23 | 11:40 น.

รองป๋อ ‘ชินภัทร’ นำทลาย ‘แก๊งไข่หวง’ 4 เจ้าพ่อยาเสพติดไต้หวันยัดไอซ์ใน ‘เพลารถ’ ส่งข้ามชาติคาบ้านหรูกลางกรุง

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น., พล.ต.ท.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร., พล.ต.ต.สำเริง สวนทอง รอง ผบช.น., พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น., พ.ต.อ.วิชัย สมสกุล ผกก. กก.สส.บก.น.1, พ.ต.อ.พัชรดนัย การินทร์ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.บช.น., พ.ต.อ.ธนากร อ่อนทองคำ ผกก.สส.4 บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.บดินทร์ ร้อยกรอง, พ.ต.ท.มาโนชย์ ทองแก้ว, พ.ต.ท.ทศพร พวงทอง, พ.ต.ท.เรวัช ประจวบสุข, พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ, ร.ต.อ.ธนัชพงศ์ วัชรราศีวิทย์, ร.ต.อ.ศิวัช ยังอุ่น เจ้าหน้าที่ชุด ศอ.ปส.ตร.ชุดที่ 5, สืบนครบาล และเหล่านักเรียนหลักสูตรสืบสวนคดีอาญา รุ่นที่ 111 ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุม

1.นายเฉิน ยู่ หนิง อายุ 34 ปี สัญชาติไต้หวัน ฉายา ขาลาย ตรวจสอบพบว่านายเฉิน ยู่ หนิง เป็นตัวการใหญ่ของขบวนการลักลอบขนยาเสพติดข้ามประเทศไต้หวัน บุคคลตามหมายจับของประเทศไต้หวันในคดี “ยาเสพติด” ที่ทางการไต้หวันต้องการตัว เคยถูกตำรวจไต้หวันจับกุมเมื่อ 7 เดือนก่อนเป็นที่ แต่ได้ประกันตัวชั้นศาลและหลบหนีเข้ามายังประเทศไทย
2.นายหลี่ หมิง เจิ้น อายุ 26 ปี สัญชาติไต้หวัน ฉายาเบาหวิว
3.นายเซิง เยี่ยน หมิง อายุ 31 ปี สัญชาติ ไต้หวัน และเป็นบุคคลตามหมายจับของประเทศไต้หวันในคดี “ฉ้อโกง” ที่ทางการไต้หวันต้องการตัว
4.นายหลิน เฉอ เฉิง อายุ 24 ปี สัญชาติไต้หวัน และเป็นบุคคลตามหมายจับของประเทศไต้หวันในคดี “ฉ้อโกง” ที่ทางการไต้หวันต้องการตัว
5.นายเฉิน ยี่ เหวิน อายุ 23 ปี สัญชาติไต้หวัน และเป็นบุคคลตามหมายจับของประเทศไต้หวันในคดี “ยาเสพติด ฟอกเงิน ฉ้อโกง และอบายมุข” ที่ทางการไต้หวันต้องการตัว
6.นายชู ชุน เยน อายุ 22 ปี สัญชาติไต้หวัน และเป็นบุคคลตามหมายจับของประเทศไต้หวันในคดี “ฉ้อโกง” ที่ทางการไต้หวันต้องการตัว และ
7.น.ส.อภิญญา อุดม อายุ 24 ปี สัญชาติไทย

โดยกล่าวหาผู้ต้องหาที่ 1 และ 2 ว่า “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท (เมทแอมเฟตามีน หรือยาไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน”

Advertisement

กล่าวหาผู้ต้องหาที่ 3-7 ว่า “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (แฮปปี้วอเตอร์) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (ไฟว์ไฟว์) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย”

ตรวจยึดของกลางได้แก่ 1.แท่งเหล็กเพลากลางรถบรรทุก จำนวน 17 แท่ง (ซึ่งใช้สำหรับบรรจุซุกซ่อนยาเสพติดของกลาง) 2.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) จำนวน 1,057 กรัม 3.กัญชา จำนวน 10 กิโลกรัม 4.เครื่องมืออุปกรณ์เพื่อตัดแปลงท่อนเพลาเพื่อใช้ซุกซ่อนยาเสพติด กว่า 15 รายการ 5.ยาไฟว์ไฟว์ จำนวน 29 เม็ด 6.เครื่องปั่นใช้ผสมยาเสพติด จำนวน 2 เครื่อง 7.เคตามีน จำนวน 17 กรัม และ 8.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (แฮปปี้วอเตอร์) จำนวน 1 ซอง โดยผู้ต้องหาที่ 1-2 ถูกจับกุมตัวได้ที่ บ้านเลขหลังหนึ่งแขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โดยผู้ต้องหาที่ 3-7 ถูกจับกุมตัวได้ที่บ้านหลังหนึ่ง ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

สืบเนื่องจาก พล.ต.อ.ชินภัทร รับแจ้งจากสายลับ “กลุ่มชายชาวไต้หวันสักลาย” ว่ามีขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติเตรียมนำยาเสพติดลักลอบขนออกนอกประเทศ จึงสั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ส่งทีมตามสะกดรอย จนพบ “แท่งเพลา” ทั้งสิบกว่าแท่ง ก่อนตามรอยจนพบตัวการใหญ่เป็นขบวนการขนยาเสพติดข้ามชาติระดับ “4 ราชายาเสพติดไต้หวัน” ชื่อแก๊งไข่หวง ที่ถูกทางการไต้หวันออกหมายจับตามล่าจึงหลบหนีมาอยู่ในประเทศไทย

พล.ต.อ.ชินภัทรกล่าวว่า พล.ต.ต.ธีรเดชจึงส่งทีมสืบสวนตามรอยไปถึง “เซฟเฮาส์” ในหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่งที่เป็นฐานทัพบัญชาการรับ-ส่งออกยาเสพติดของแก๊งไข่หวง ก่อนวางกำลังซุ่มโปร่งจนพบแท่งเพลา 17 แท่งห่อแร็พเตรียมส่งออกนอก ต่อมาช่วงเช้าวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา ชุดซุ่มโปร่งพบว่าจะมีการเคลื่อนย้ายแท่งเพลาไปขึ้นเรือขนส่งทางทะเล กระทั่งเวลา 08.10 น. พล.ต.ต.ธีรเดชนำกำลังนำหมายค้นศาลอาญามีนบุรีที่ 535/2566 ลงวันที่ 17 ส.ค.66 บุกเข้าเซฟเฮาส์ แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ พบนายหลี่ หมิง เจิ้น และนายเฉิน ยู่ หนิง มีพิรุธจึงสั่ง “หั่น” ท่อนเพลา ก่อนพบของกลางยาไอซ์และกัญชาร่วงออกมาจำนวนมาก และยังพบอุปกรณ์การเชื่อมเหล็ก หินเจีย และอีกหลายรายการที่มีไว้เพื่อตัดแปลงท่อนเพลาเพื่อใช้ซุกซ่อนยาเสพติดก่อนส่งออกไปยังประเทศไต้หวัน

ต่อมา พล.ต.ต.ธีรเดชขยายผลนายเฉิน ยู่ หนิง หัวหน้าขบวนการก่อนนำพาเจ้าหน้าที่ไปบุกไปที่บ้าน ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็น “รัง” ของแก๊งไข่หวงที่ใช้เป็นฐานทัพผลิตยาแฮปปี้วอเตอร์ และใช้เป็นพื้นที่ “ปาร์ตี้ยา” พบของกลางยาเสพติด ยาไอซ์, เคตามีน,ไฟว์ไฟว์ และแฮปปี้วอเตอร์ จำนวนหลายรายการ รวมไปถึงของจำพวกซองเปล่า, เครื่องปั่น เพื่อใช้ใส่ยาแฮปปี้วอเตอร์ในจำนวนมาก พบและจับกุมผู้ต้องหาในบ้านได้อีกกว่า 5 ราย ขณะพยายามวิ่งหลบหนีเจ้าหน้าที่ขึ้นชั้นพบเพื่อทำลายพยานหลักฐานในบ้าน โดย พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. เดินทางมาควบคุมขยายผลด้วยตัวเองก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย พร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.ดำเนินคดีตามกฎหมาย

พล.ต.อ.ชินภัทรกล่าวว่า ในชั้นจับกุมนายเฉิน ยู่ หนิง หัวหน้าขบวนการแก๊งไข่หวง ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า “เมื่อ 7 เดือนก่อน ตนได้ถูกตำรวจไต้หวันจับกุมที่ไต้หวัน และออกข่าวดัง เพราะเป็นขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ แต่ได้จ้างทนายสู้คดีและประกันตัวออกมา ก่อนจะหนีออกนอกประเทศไต้หวันด้วยการแอบขึ้นเรือสินค้าเป็นเวลากว่า 15 วัน จนถึงประเทศกัมพูชา จากนั้นจึงค่อยเดินทางเข้ามาตั้งฐานทัพใหม่ในประเทศไทย จนทางการไต้หวันได้ออกหมายจับและตามล่าตน โดยปัจจุบันตนมาตั้งฐานทัพที่ประเทศไทยและอยู่ระหว่างค้นหาวิธีการที่จะส่งออกยาเสพติดไปยังไต้หวัน

โดยมีผู้ร่วมขบวนการชื่อว่า เสี่ยวผ้าง ซึ่งอยู่ในไต้หวันและคอยรอรับยาเสพติดจากตนที่ส่งไปจากประเทศไทย ตนได้เห็นจากข่าวเรื่องการลักลอบขนส่งยาบ้าและเฮโรอีนโดยทำการผ่ายัดลงไปในเพลารถและเชื่อม เพื่อปกปิดทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้โดยง่าย จึงลองนำมาใช้โดยตนนั้นได้ขับรถไปซื้อเพลารถที่จังหวัดชลบุรี โดยยาเสพติดที่หามานั้นซื้อมาจากเพื่อนชาวไต้หวัน ซึ่งอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ จำนวน 1 กก. ในราคา 230,000 บาท และซื้อกัญชา มาจากร้านค้าทั่วไปในกรุงเทพฯ จำชื่อร้านไม่ได้ โดยซื้อมาจำนวน 40 กก. ในราคา 70,000 บาท โดยจะชำระเงินกันผ่านช่องทางแพลตฟอร์ม Cryptocurrency สกุลเงิน usdt หลายแอพพลิเคชั่น”