ตำรวจทล.เปิดช่องทางพิเศษสระบุรี รองรับรถเข้ากรุง1.3ล้านคัน ใช้แผนเดียวกับสงกรานต์

1.01.17 | 18:33 น.

เมื่อวันที่ 1 มกราคม พล.ต.ต.สมชาย เกาสำราญ ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง (ผบก.ทล.) กล่าวว่า ผลสรุปตัวเลขผู้ใช้เส้นทางหลวงเดินทางกลับบ้านในช่วงเทศกาลปีใหม่ตั้งแต่วันที่ 30-31 ธันวาคม 2559 ว่า ปีนี้มีตัวเลขผู้เดินทางกลับต่างจังหวัดและไปเที่ยวในพื้นที่ต่างจังหวัดรวม 1,358,511 คัน มากกว่าในช่วงเทศกาลปีใหม่ปี 2558 ถึง 100,000 คัน คาดว่าเกิดจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น และประชาชนต้องการเดินทางกลับภูมิลำเนามากขึ้น ในพื้นที่ของตำรวจทางหลวงพบว่ามีอุบัติเหตุ เฉี่ยวชนกันเล็กน้อย เนื่องจากรถใช้ความเร็วได้ไม่มาก และมีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเคลื่อนย้ายรถออกจากพื้นที่ในเวลาอันรวดเร็ว

พล.ต.ต.สมชายกล่าวต่อว่า ส่วนในช่วงเวลาเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าจะเริ่มมีประชาชนเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯตั้งแต่เวลา 13.00 น. ของวันที่ 2 มกราคม และต่อเนื่องจนถึงวันที่ 3 มกราคม 2560 โดยพฤติกรรมการเดินทางของประชาชนจะแตกต่างจากการเดินทางออก โดยจะเดินทางเข้ามาในกรุงเทพฯพร้อมกัน จุดที่เจ้าหน้าที่เป็นห่วงเรื่องการจราจรมากที่สุด คือเส้นทางสายอีสานบริเวณถนนมิตรภาพ ตั้งแต่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ยาวเรื่อยมาจนถึง จ.สระบุรี เนื่องจากในเส้นทางดังกล่าวเป็นช่วงขึ้นลงช่องเขาเนินสูง ทำให้ประชาชนที่เดินทางกลับ ต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินทางและไม่สามารถใช้ความเร็วได้ โดยรถทั้งหมดจะมารวมตัวกัน ณ จุดนี้ ส่วนเส้นทางจาก จ.สระบุรี มุ่งตรงเข้ากรุงเทพฯเจ้าหน้าที่จะเปิดช่องทางพิเศษเพื่อเร่งระบายรถเข้ากรุงเทพฯ ตามแผนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ตลอดเส้นทางจะมีตลาดผลไม้ จุดขายของฝาก และสถานีบริการน้ำมัน จะเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้การจราจรในรายทางยิ่งเคลื่อนตัวช้ามากขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะลงไปดูแลการจราจรในพื้นที่อย่างเข้มงวด โดยจะจัดการจราจรและบังคับใช้กฎหมาย

พล.ต.ต.สมชายกล่าวต่อว่า ส่วนในเส้นทางสายเหนือ จุดที่น่าเป็นห่วงคือ บริเวณถนนสายเอเชียช่วง จ.นครสวรรค์ และเส้นบายพาสเลี่ยงตัวเมือง เนื่องจากในจุดนี้มีสถานีบริการน้ำมันและจุดขายของที่ระลึกจำนวนมาก ประชาชนที่เดินทางลงมาจากเส้นสายเหนือมักจะแวะพักรถในจุดนี้ รวมถึงซื้อของฝาก ทำให้การจราจรติดขัดชะลอตัว ทั้งนี้หากสถานีบริการน้ำมันแห่งใดมีปริมาณรถมากหนาแน่น เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงจะปิดปั๊มดังกล่าวจนกว่าจะระบายรถภายในได้ทั้งหมดจึงจะให้ทางปั๊มเปิดบริการตามปกติ

ผบก.ทล.กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้พบว่าในช่วงเทศกาลที่ผ่านมา มีผู้ใช้รถใช้ถนนบางคนมีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมยกกรวยยางที่เจ้าหน้าที่ใช้กั้นไม่ให้ลงไหล่ทาง หรือเปิดเป็นช่องทางพิเศษ และยังมีการยกแบริเออร์พลาสติกสีส้ม ใช้การปิดจุดกลับรถ จนทำให้เกิดอุบัติเหตุรถชนจำนวนเกือบ 10 คันในปีนี้ เจ้าหน้าที่จึงขอความร่วมมือจากประชาชน ห้ามเคลื่อนย้าย อุปกรณ์ต่างๆ ของทางเจ้าหน้าที่เด็ดขาด เนื่องจากมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ หากพบว่ามีการเคลื่อนย้ายจะถูกดำเนินคดีในข้อหาทำลายเครื่องหมายของเจ้าพนักงาน มีโทษปรับถึง 2,000 บาท และหากทำให้เกิดอุบัติเหตุจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ทรัพย์สินเสียหาย เจ้าหน้าที่จะติดตามตัวดำเนินคดีในภายหลัง