“นรินท์พงศ์” สมาคมทนายความโต้ ส.ว.ไม่มีอำนาจพิจารณาเลือกนายกฯโดยอ้างเหตุจากนโยบาย ชี้ รธน.ไม่ให้อำนาจไว้ ส่วนประเด็นซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ คนกล่าวหาต้องพิสูจน์ เชื่อหากแคนดิเดตเพื่อไทยแสดงวิสัยทัศน์จะสิ้นสงสัย
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2566 นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทยออกแถลงการณ์สมาคมทนายความฯ ความว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 272 ประกอบมาตรา 159 บัญญัติให้สมาชิกรัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีจากบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 160 ซึ่งคุณสมบัติสำคัญปรากฏตามมาตรา 160 (4) คือมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมาตรา 160 (5) คือไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
ดังนั้น การที่สมาชิกรัฐสภาบางท่านแสดงความคิดเห็นว่า ในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยจะพิจารณาประเด็นนโยบายเกี่ยวกับเงินดิจิทัลหรือการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยนั้น เห็นว่าเป็นการใช้อำนาจที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญเนื่องจากรัฐธรรมนูญให้อำนาจพิจารณาเพียงคุณสมบัติของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อเท่านั้น รัฐธรรมนูญมิได้ให้อำนาจสมาชิกรัฐสภาพิจารณาหรือตรวจสอบนโยบายของพรรคการเมือง
สำหรับมาตรฐานทางจริยธรรมที่ถือเป็นเรื่องร้ายแรง ปรากฏอยู่ในหมวด 1 ของมาตรฐานทางจริยธรรมฯ พ.ศ.2561 ข้อ 5 – ข้อ 10 ซึ่งมีสาระสำคัญคือการยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติ ยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติและปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต อันเป็นการควบคุมการปฏิบัติหน้าที่เมื่อได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว
ส่วนประเด็นสุดท้าย คือ การมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์นั้น แม้รัฐธรรมนูญจะใช้คำว่าเป็นที่ประจักษ์ อันมีความหมายว่า หากมีการกล่าวหาว่าผู้ได้รับการเสนอชื่อไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตจะต้องมีพยานหลักฐานพิสูจน์ มิใช่เพียงการกล่าวหาลอยๆ แต่เนื่องจากเป็นประเด็นสำคัญที่สังคมกำลังวิพากษ์วิจารณ์ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย จึงเห็นว่าผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อดังกล่าวควรเข้ามาแสดงวิสัยทัศน์ในรัฐสภา เพื่อขจัดความสงสัยของสังคมและเป็นโอกาสที่จะได้ชี้แจงตอบข้อซักถามด้วยตนเอง เพื่อลบล้างข้อครหาต่างๆ ให้สมาชิกรัฐสภาโดยเฉพาะกลุ่ม ส.ว.ที่ตั้งข้อสังเกตในเรื่องดังกล่าว ได้เข้าใจโดยสิ้นสงสัย ซึ่งนอกจากจะเป็นการแสดงถึงความบริสุทธิ์แล้ว ยังเป็นการให้ความสำคัญกับการตรวจสอบด้วย

