เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ที่สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดี ทีมสายไหมต้องรอด นำโดยนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจ พาผู้เสียหายจากหลายจังหวัด กรณีของ “ช่างแมน รับต่อเติมบ้าน” ฉ้อโกง! รับเงินแล้วไม่ยอมทำ เข้าพบ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จากในหลายๆ จังหวัดทั้งสมุทรปราการ นนทบุรี และในอีกหลายๆ จังหวัด
นายเอกภพกล่าวว่า วันนี้มีความจำเป็นที่ต้องนำตัวเเทนผู้เสียหายที่รวบรวมมาทั้งหมดในวันนี้ประมาณ 50-60 คน เข้าพบ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เพราะคิดว่า หากไม่นำเรื่องนี้มายื่นถึงบิ๊กโจ๊กโดยตรง คดีนี้คงล้าช้าและไปไม่ถึงไหน เพราะว่าผู้เสียหายเหล่านี้ก็ได้มีการไปเเจ้ง สน.พื้นที่ต่างๆ เเต่คดีก็ยังไม่คืบหน้า โดยเกิดจากมีผู้รับเหมาชื่อว่าช่างแมน (นามสมมุติ) ได้เพจเกี่ยวกับการรับเหมาต่อเติมบ้านและมีการยิงโฆษณาในเฟซบุ๊กเเละได้มีผู้เสียหายจำนวนมากเข้ามาว่าจ้างช่างแมน
โดยช่างแมนก็ได้มีการเข้าไปยังบ้านของเหล่าผู้เสียหายและเรียกเก็บเงินค่าจ่ายเลย โดยมีพฤติการณ์คล้ายๆกัน คือ หลังจากเรียกเงินกับผู้เสียหายเสร็จก็จะเข้าไปทำงานตามที่ตกลงไว้ หลังจากนั้นก็จะทิ้งงานแล้วหายไปเลย พอผู้เสียหายติดต่อไปก็ไม่ค่อยสามารถติดต่อได้ พาติดต่อได้ก็จะอ้างสารพัดว่าตอนนี้ตนไม่ว่างไม่สะดวกคุย จึงกระทั่งผู้เสียหายเหล่านี้หมดความอดทนเลยบอกว่าจะไปเเจ้งความ แต่ตัวของช่างแมนก็จะตอบกลับมาว่า ถ้าอยากจะฟ้องก็ไปฟ้องเอา เพราะเป็นคดีเเพ่งและถือว่าเขาได้ทำงานไปแล้ว และคาดว่ามูลค่าความเสียหายตอนนี้สูงถึง 10,000,000 บาท
ทีมสายไหมต้องรอดและผู้เสียหายจึงนำเรื่องของการโดนฉ้อโกงมายื่นและรอเข้าพบบิ๊กโจ๊กเพื่อที่จะดำเนินการการตามคดีในเวลาต่อไป
นางกัณณิการัสมิ์ รุ่งสว่าง อายุ 48 ปี ผู้เสียหายกล่าวว่า เห็นเพจจึงติดต่อช่างมาทำการต่อเติมห้องครัว ช่างแมนมาทำงานพาลูกพาเมียมาด้วย ทำให้รู้สึกน่าเชื่อถือว่าเป็นการทำงานในครอบครัว และบริษัทก็มีการจดเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด ทำให้ตนยิ่งรู้สึกเชื่อใจ จากนั้นได้โอนเงินเพื่อเป็นค่าวัสดุ สูญเงินไป 155,000 บาท โดยไม่ได้มีวัสดุอุปกรณ์อะไรใดๆ ส่งมาที่บ้านและไม่มีการดำเนินการต่อเติมอะไรให้แต่อย่างใด เงินจำนวนนี้ตนต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาทำให้รู้สึกเสียใจมาก และอยากขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมคนร้ายรายนี้ให้ได้เพื่อไม่ให้ไปหลอกลวงผู้เสียหายรายอื่นอีก
ด้าน น.ส.อารยา สุขเจริญ อายุ 40 ปี ผู้เสียหายอีกรายกล่าวว่า เห็นว่าน้องชายได้ต่อเติมบ้านจนเสร็จทราบว่า มี ช่างแมน มาทำการต่อเติมให้ จึงเกิดความเชื่อใจ ตัดสินใจให้ ช่างแมน ทำการก่อสร้างบ้านเช่าจำนวน 8 หลัง แต่หลังจากที่วางเงินมัดจำและเบิกเงินไปหลายงวดเบ็ดเสร็จรวมเงิน 2,380,000 บาท แต่สุดท้ายช่างแมน ทำได้เพียง 2 หลัง จากนั้นก็บ่ายเบี่ยงและทิ้งงานไปอ้างเหตุผลติดงาน ลูกป่วย สารพัดปัญหา เพื่อที่จะบ่ายเบี่ยงไม่มาทำงานก่อสร้างบ้านเช่าให้ตน อยากฝากให้ตำรวจติดตามจับกุมผู้ต้องหารายนี้มาดำเนินคดีให้ได้เร็วที่สุด เพราะสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนเป็นจำนวนมาก

ต่อมา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางมาถึงสโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีเเละเข้ารับเรื่องกับทีมสายไหมต้องรอดจากกรณีของ ช่างเเมนผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกงว่าจ้างต่อเติมบ้านเมื่อได้รับเงินแล้วกลับทิ้งงาน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ได้เดินเข้ามาทักทายพร้อมบอกผู้เสียหายว่าให้ใจเย็นๆ ขอฟังรายละเอียดจากทีมสายไหมต้องรอดก่อนเพื่อที่จะล่ารายชื่อผู้เสียหายทั้งหมด เเละจะได้ดำเนินคดีให้ได้และจะรับทำคดีให้กับผู้เสียหายทุกคนโดยเร็ว
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า คดีดังกล่าวเป็นคดีที่มีผู้เสียหายเยอะและยังมีความผิดในหลายท้องที่ และประชาชนที่ได้รับความเสียหายก็อยากที่จะให้ดำเนินการเกี่ยวกับคดีให้ไว ซึ่งเข้าใจและจะทำการบูรณาการคดีทั้งหมดว่าคดีนี้มีพื้นที่เกี่ยวข้องอยู่บริเวณใดบ้าง แล้วส่วนของผู้เสียหายที่จะนำทรัพย์สินคืนอย่างไร ค่อยมาดูในรายละเอียดของกฎหมายว่าได้ไปทำอะไรไว้แล้วหรือเซ็นสัญญาอะไรไว้แล้วบ้าง
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ยังกล่าวว่า คดีนี้ดำเนินการจับกุมไม่ยากเพราะผู้ต้องหานั้นมีตัวตนที่ชัดเจน เพราะฉะนั้นคดีนี้ไม่ซับซ้อนเพียงเเต่จะต้องทำให้เร็ว
ส่วนในเรื่องของการที่ผู้ต้องหาอ้างว่าให้ผู้เสียหายไปฟ้องเพราะเป็นคดีแพ่ง ตนนั้นต้องของไปฟังลายละเอียดอีกที แต่ทางผู้ต้องหาอาจจะรู้ตัวอยู่แล้วว่าตนเองฉ้อโกง เพียงแต่ว่าพอเกิดเหตุก็เลี่ยงให้เป็นคดีเเพ่ง เพราะรู้ว่าหากเป็นคดีเเพ่งพอสู้กันไปยื้อกันมาผู้เสียหายก็หมดกำลังทรัพย์ในการต่อสู้คดีเเละล้าไปเอง แต่ว่าตนนั้นของไปดูในข้อกฎหมายเพื่อความรอบคอบอีกที
ทั้งนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ยังฝากประชาชนเกี่ยวกับการหลอกลวงเพื่อลงทุนในลักษณะลงทุนน้อยได้มูลค่าเยอะเช่นนี้นั้นต้องตั้งข้อสังเกตไว้ก่อนเลยว่า ไม่มีอยู่จริงต้องระมัดระวังและมีสติ


