ชาวประมงปากทะเล อ.บ้านแหลม วอนแก้ปัญหา ‘กระซ้า’ ปิดปากคลอง เผยเดือดร้อนหนักเอาเรือเข้า-ออกไม่ได้แถมไม่กล้าขนย้ายกลัวผิดกฎหมาย ส.ส.กระแตเตรียมนำเรื่องหารือในสภา
เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2566 นายสมปลื้ม เจ้ยเปลี่ยน ชาวประมงหมู่บ้านปากทะเล ต.ปากทะเล อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ชาวประมงในหมู่บ้านปากทะเลกำลังประสบปัญหาการนำเรือประมงเข้า-ออกทะเลลำบากเนื่องจากมีกระซ้า หรือเปลือกหอยเล็กๆ จำนวนมากถูกคลื่นลมพัดสะสมมากองปิดคลอง ทำให้เอาเรือออกไปหากินไม่ได้
เหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดนับสิบปี ที่ผ่านแก้ปัญหาโดยทางองค์กรท้องถิ่นช่วยนำรถแบ๊กโฮมาขุดลอกเปลือกหอยเหล่านี้ออกไป แต่ไม่นานกระแสน้ำและลมก็พัดเอาเปลือกหอยมากองไว้เช่นนี้อีกเพราะบริเวณนี้เป็นแหลมทำให้ตะกอนดินทรายที่ถูกกัดเซาะจากที่อื่นมากองรวมกันบริเวณนี้

“พวกเราชาวประมงที่ต้องเอาเรือเข้า-ออกกว่า 20 ลำ ได้ร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะหน่วยงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมาลงพื้นที่และหารือกัน แต่เขาบอกว่าไม่มีงบประมาณ เราอยากให้เอาหินไปกั้นไว้สักซีกหนึ่งก็ยังดี แล้วใช้รถแบ๊กโฮมาขุดไปทิ้ง แต่บอกไม่มีงบประมาณเราเลยไม่รู้จะทำอย่างไร” นายปลื้มกล่าว
ทั้งนี้ ชาวบ้านได้ทำหนังสือร้องเรียนโดยเสนอว่า 1.ขอให้มีการขุดลอกคลองเพื่อลดปัญหาความตื้นเขิน อย่างน้อยปีละสองครั้ง 2.สร้างแนวป้องกันกระซ้าหรือเปลือกหอย ที่จะหล่นไปทับถมปิดทางเดินเรือที่ชาวบ้านใช้ เดินเรือในการประกอบอาชีพประมง 3.ขอให้กระทรวงทรัพยากรฯลงมาดูเพื่อ กำจัดกระซ้าที่ได้จากการขุดลอก

เนื่องจากการขุดลอกทำให้กระซ้า หรือเปลือกหอย เกิดการทับถมเป็นจำนวนมากและชาวบ้านไม่สามารถจัดการกับกระซ้าได้ด้วยตนเองเนื่องจากเป็นทรัพยากรทางธรรมชาติ ซึ่งอยู่ในความดูแลของกระทรวงทรัพยากรฯ การขนย้ายเปลือกหอยด้วยตนเองเกรงว่าจะผิดกฎหมาย
นายชัยวัฒน์ หว่านผล นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ปากทะเล กล่าวว่า กระซ้าคือเปลือกหอยตามท้องทะเล เวลาน้ำขึ้นจะพัดเข้าชายฝั่งซึ่งสมัยก่อนก่อนไม่มีปัญหาเท่าไหร่ แต่เมื่อมีการเรียงหินบริเวณชายฝั่งในพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้กระแสน้ำเปลี่ยนทิศตรงเข้ามาบริเวณร่องน้ำปากคลองที่เรือเข้า-ออกพอดี ทำให้ปีหนึ่ง อบต.ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการขุดออกถึง 4-5 ครั้ง โดยใช้เครื่องจักร หรือรถแบ๊กโฮขุดกระซ้ากองไว้สองฝั่งคลอง ทำให้สะสมเพิ่มเป็นกองใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เพราะไม่สามารถเอาออกไปจากพื้นที่ได้เนื่องจากกระซ้าเป็นทรัพยากรทางธรรมชาติที่เป็นทรัพย์สินของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งแม้มีมูลค่าสูงแต่ก็เอาออกไปไม่ได้เพราะมีกฎหมายควบคุมไว้ จึงได้แต่ขุดกองไว้เฉยๆ จนล่าสุดเดือดร้อนจริงๆ ได้เรียนผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งผู้ว่าฯได้เรียกฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อนำกระซ้าออกนอกพื้นที่เพราะสะสมอยู่มาก โดยกรมเจ้าท่าและกรมทรัพยากรทางทะเลฯได้อนุญาตให้ขนไว้ในพื้นที่สาธารณะ เช่น วัด แต่ไม่นานกระซ้าก็พัดมาสะสมอีก

“เราต้องคอยหาผู้ใหญ่ใจดีเพื่องบประมาณมาเป็นค่าเครื่องจักร เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ครั้งก่อนใช้งบ 4.9 แสนบาท อยู่ได้ไม่ถึงเดือนก็พังลงมา การแก้ระยะยาวผมคิดว่าต้องทำเป็นพนังถาวร เคยเสนอกรมเจ้าท่าให้ทำเสาคอนกรีตและใช้ยางรถยนต์เรียงปักสูงๆ ถ้ากระซ้ามากๆ ก็ขุดออกไปที แต่กรมเจ้าท่าบอกว่าถ้าใช้วัสดุโครงสร้างแข็งเขาไม่อนุญาต ที่ผ่านใช้เราใช้ไม้ไผ่แต่ก็พังง่าย ทำให้เราแก้ปัญหาระยะยาวไม่ได้ เราอยากให้กรมเจ้าท่ามารับผิดชอบ แต่เขาบอกว่าไม่มีงบประมาณ กลายเป็นปัญหาที่ไม่รู้จะแก้อย่างไร” นายก อบต.ปากทะเลกล่าว
ด้านนางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ หรือ “กระแต” ส.ส.เพชรบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า จะยื่นเรื่องนี้เข้าไปหารือในการประชุมสภาผู้แทนฯเป็นวาระเร่งด่วนเพราะเป็นความเดือดร้อนของชาวบ้าน แต่ต้องปรึกษากับพรรคก่อนเพราะอาจมีวาระเร่งด่วนของคนอื่นๆ ด้วย อยากให้กรมเจ้าท่าช่วยมาขุดลอกคลองเพิ่มขึ้นซึ่งเดิมเคยขุดปีละ 1 ครั้ง และอยากให้กรมทรัพยากรชายฝั่งฯเข้ามาดูแลเอาเปลือกหอยหรือกระซ้าออกไปเพราะชาวบ้านไม่กล้าขนย้ายเนื่องจากกลัวผิดกฎหมาย ดังนั้นทั้งสองหน่วยงานควรหารือร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหานี้

