เมื่อเวลา 15.40 น. วันที่ 21 สิงหาคม ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. เดินทางมาร่วมประชุมเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม เจ้าหน้าที่ออกมาเปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า ผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองเปรมไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์หรือบันทึกภาพ รวมถึงยังระบุด้วยว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ ปรากฏว่าเมื่อประชุมเสร็จสิ้นทางผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองเปรมเดินออกมาจากห้องประชุมและตามด้วยขบวนของเจ้าที่ตำรวจ ก่อนที่คณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำโดย พล.ต.ท.ประจวบ จะเคลื่อนขบวนเดินทางต่อไปยังอาคารผู้โดยสาร อาคารจอดอากาศยานส่วนบุคคล หรือ MJETS สนามบินดอนเมือง ขณะที่ผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองเปรมไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนและมีความพยายามเดินหลบออกทางอาคารด้านหลังไปเช่นกัน
ต่อมาเวลา 16.10 น. ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองเปรมถึงรายละเอียดภายหลังการประชุมหารือกับตำรวจ ซึ่งทาง ผบ.เรือนจำกลางคลองเปรม ปฏิเสธการให้ข้อมูลด้วยตัวเอง แต่มอบหมายให้นายดำรงค์ วังศรีคูณ เจ้าหน้าที่รับผิดชอบดูแลพื้นที่ภายในเรือนจำกลางคลองเปรม รับหน้าที่ตอบข้อซักถาม โดยระบุสั้นๆ ว่า การประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมความพร้อมของเส้นทาง ตั้งแต่สนามบินดอนเมืองไปยังศาลฎีกาและมายังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร รวมถึงการรับตัวนายทักษิณจะเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับตามปกติของผู้ต้องขังใหม่ เพราะเมื่อมาถึงก็จะนำตัวไปยังภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯและจะมีการตรวจร่างกายโดยแพทย์ อีกทั้งจะให้กักตัวตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นเวลา 10 วัน ส่วนจะนำตัวไปรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์หรือไม่ ขึ้นอยู่กับความคิดเห็นของแพทย์ที่เป็นผู้ตรวจร่างกาย

นายดำรงค์กล่าวอีกว่า ส่วนญาติหรือทนายความจะสามารถเยี่ยมในวันถัดไปได้หรือไม่นั้น ต้องไปสอบถามทางเจ้าหน้าที่ของเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ตนไม่สามารถบอกได้ แต่จากการประชุมเบื้องต้นวันนี้ ทางเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มีความพร้อมในการรับตัวนายทักษิณ และเมื่อถามว่าระหว่างการควบคุมตัวนายทักษิณจากศาลฎีกามายังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จะมีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จำนวนกี่รายที่รับหน้าที่ควบคุมตัว นายดำรงค์บอกว่า ไม่สามารถทราบได้ แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการรองรับแผนเผชิญเหตุต่างๆ ทั้งของกลุ่มมือที่สาม หรือผู้ไม่ประสงค์ดี ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็มีการวางแผนรองรับไว้ทั้งหมดแล้ว
นายดำรงค์กล่าวต่อว่า ส่วนพื้นที่สำหรับสื่อมวลชนและกลุ่มคนที่มาให้กำลังใจนายทักษิณ ทางเจ้าหน้าที่เรือนจำจัดพื้นที่ด้านข้างเรือนจำไว้ให้ และจะมีการคัดกรองบุคคลเข้าภายในพื้นที่เรือนจำ ซึ่งจะไม่อนุญาตให้คนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาด้านในโดยเด็ดขาด แต่หากใครมีการลงทะเบียน ทำเรื่องขออนุญาตเข้าพื้นที่กับกรมราชทัณฑ์ก่อนหน้านี้ ก็จะอนุญาตให้เพียงผู้ที่ทำเรื่องเข้ามาเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า พื้นที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร มีการเตรียมพื้นที่ ทำความสะอาด และย้ายเต็นท์ที่เอาไว้สำหรับรอเยี่ยมญาติ จากเดิมที่อยู่บริเวณลานจอดรถของเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯย้ายไปอีกฝั่งหนึ่งของถนน รวมถึงมีการทำความสะอาดสถานรับเลี้ยงบุตรบุญญาทรซึ่งเป็นพื้นที่ด้านข้างเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครและมีการนำเต็นท์มาไว้สำหรับรองรับสื่อมวลชน คาดว่าจะเป็นสถานที่ให้สื่อมวลชนติดตามการนำตัวนายทักษิณชินมายังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายยงยุทธ ประมวลสุข นักวิชาการอบรมและฝึกวิชาชีพชำนาญการพิเศษ ที่ดูแลการทำความสะอาด กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ (22 ส.ค.) ทางเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เรือนจำกลางคลองเปรม และทัณฑสถานหญิงกลาง จะงดญาติเข้าเยี่ยมทั้งหมดและจะไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้ามาในพื้นที่ของรั้วราชทัณฑ์โดยเด็ดขาด ซึ่งจะทำให้กลุ่มพี่น้องคนเสื้อแดงที่จะเดินทางมาให้กำลังใจนายทักษิณในวันพรุ่งนี้จะไม่สามารถเข้ามาได้ ส่วนจะมีสถานที่จัดเตรียมไว้ให้หรือไม่ ต้องประสานกับทางตำรวจในพื้นที่อีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังแหล่งข่าวภายในกรมราชทัณฑ์ ก็ยังไม่มีความชัดเจนถึงเรื่องพื้นที่การทำข่าวของสื่อมวลชน เพราะมีบางกระแสข่าวจะให้สื่อมวลชนรออยู่ที่บริเวณด้านหน้าริมถนนงามวงศ์วาน และจะไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาด้านในโดยเด็ดขาด ซึ่งขัดแย้งกับพื้นที่ด้านหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครที่มีการเตรียมพื้นที่สำหรับสื่อมวลชนไว้ ซึ่งต้องรอความชัดเจนคาดว่าจะเป็นเช้าของวันที่ 22 ส.ค.




